เอาจริง! 1 เม.ย. 'โกหกโควิด-19' ติดคุก ปรับแสนบาท

เอาจริง! 1 เม.ย. 'โกหกโควิด-19' ติดคุก ปรับแสนบาท
31 มีนาคม 2563
4,730

เตือนประชาชน 1 เม.ย. April Fool's Day  อย่าโกหกเกี่ยวกับโควิด-19 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ1 แสนบาท แนะปฎิบัติตามมาตรการรัฐบาล ยืนยันไม่มีมาตรการเพิ่มเติม เตรียมประเมินหลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ลด ยกระดับมาตราการเข้มข้นขึ้น

วันนี้ (31 มี.ค.2563)นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวอีกว่าในวันที่ 1 เม.ย. นี้ เป็นวัน April Fool's Day  ซึ่งเป็นวันโกหกกันทั้งโลก อยากฝากประชาชนทุกคน อย่าทำการโกหกเรื่องไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19 ห้ามมีการโพสต์ หรือแชร์ข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิด- 19 อย่างที่ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน บอกว่า พรุ่งนี้ 1 เม.ย. เป็นการโกหกกันทั้งโลก อย่ามาทำโกหกในเรื่องไวรัสโควิด การติดเชื้อต่างๆ คุกแน่นอน ซึ่งตามข้อกฎหมายหากมีการโกหกในเรื่องดังกล่าวจะมีโทษหนักจำคุก5 ปี และปรับ 1 แสนบาท”นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว

"อยากให้ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ทั้งในเรื่องของการงดถ่ายทอดสดรายการชกมวย การแข่งเจ็ทสกี และงดกองถ่ายภาพยนตร์ หรือการเข้าชมรายการบันทึกเทปต่างๆ เพราะตอนนี้ไม่ควรกระทำอย่างนั้น"นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว

ส่วนที่หลายคนกังวลเรื่องการใช้งบกลางของรัฐบาลนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดสรรงบกลางเพื่อการดูแล และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วย ป้องกันโควิด -19 อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัย ค่าทำงานร่วมเวลาให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งทางรมว.สธ.ได้รับทราบ และได้มีการดำเนินการต่างๆ แล้ว ส่วนที่มีผู้ร้องเรียนถึงการที่จะนำเข้ายานั้น ขณะนี้ได้ขอให้ทางสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ยกเว้นระเบียบ ณ ตอนนี้ ทำให้มีการดำเนินการต่างๆ ไปแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการต่างๆ นั้น ขอยืนยันว่าใช้วิธีการเฉพาะบางจุด กทม.ยังเป็นข้อสั่งการเดิม ไม่มีมาตรการใดๆ เพิ่มเติม ส่วนหลังจากครบสัปดาห์พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วนั้น ขณะนี้ แม้นายกฯจะมีความพึงพอใจระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถไว้วางใจในสถานการณ์ทั้งหมดได้ นายกฯ ได้สั่งการให้ปลัดสธ. ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยมาตรการต่างๆ ปรับ เปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากตัวเลขลดลงมาตรการคงไม่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่ลดลง ก็อาจจะมีมาตรการที่เข้มข้นเพื่อลดผู้ติดเชื้อให้น้อยที่สุด หรือไม่มีผู้ติดเชื้ออีกเลย

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ปกปิดข้อมูลของตนเองนั้น ซึ่งตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ มีข้อกฎหมายชัดเจนที่จะให้เป็นหน้าที่ผู้ป่วย ญาติ เปิดเผยข้อมูล ดังนั้น บทลงโทษที่กำหนดตามข้อกฎหมายไม่ได้เจตนาเพื่อนำไปสู่การจองจำ หรือการดำเนินคดี แต่ต้องการให้เปิดเผย เพื่อได้รับการรักษาอย่างดี รวมถึงทางแพทย์ และบุคลากรก็ได้ป้องกันตนเองได้

อยากให้ทุกคนให้ความร่วมมือ รวมถึงอยากฝากไปยังบริษัทเอกชนหลายแห่งที่ไม่ได้ให้มีการหยุดงาน  ในส่วนภาครัฐคงเป็นมาตรการขอความร่วมมือ นายจ้าง ผู้ประกอบกอบการ อยากให้พิจารณาให้ดีว่าได้ประโยชน์อะไรกับการดึงบุคลากรให้ทำงานที่บริษัท เพราะบุคลากร 1 ท่านมีความเสี่ยงก็จะทำให้คนอื่นๆ เสี่ยงไปด้วย น่าจะเป็นการเพิ่มความเสียหายมากกว่าเดิม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง