‘บิลล์ เกตส์’ สอนมวย ‘ทรัมป์’ แนะล็อกดาวน์แบบเข้ม 6-10 สัปดาห์ฝ่าโควิด

‘บิลล์ เกตส์’ สอนมวย ‘ทรัมป์’ แนะล็อกดาวน์แบบเข้ม 6-10 สัปดาห์ฝ่าโควิด
31 มีนาคม 2563
5,592

‘บิลล์ เกตส์’สอนมวย‘ทรัมป์’แนะล็อกดาวน์แบบเข้ม 6-10 สัปดาห์ฝ่าโควิด ระบุ สหรัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไปพร้อม ๆ กับการเปิดประเทศ และให้ธุรกิจต่าง ๆ เปิดดำเนินการเหมือนที่เคยเป็นมาได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ก่อนหน้านี้ โยนหินถามทางว่า ต้องการผ่อนคลายมาตรการ “ล๊อกดาวน์” ที่คุมเข้มหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ด้วยการปิดธุรกิจบริการหลายแห่ง รวมทั้งขอให้ประชาชนกักตัวอยู่กับบ้าน โดยทรัมป์บอกว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯไม่ได้สร้างมาเพื่อการปิดประเทศ เขาอยากให้ผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้ ภายในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งก็คือวันที่ 12 เม.ย.นี้

แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้บรรเทาเบาบางลง และดูเหมือนจะหนักขึ้น ล่าสุด ทรัมป์ ยอมรับว่า รัฐบาลเห็นชอบให้ขยายเวลาของมาตรการล๊อกดาวน์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทั่วประเทศไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย.นี้เป็นอย่างน้อย

ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ สอดคล้องแล้วกับความคิดเห็นของ “บิลล์ เกตส์” มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสาธารณกุศลเพื่อสังคมอย่างเต็มตัว โดยบิลล์ เกตส์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อใหญ่ของสหรัฐฯว่า ถ้าหากต้องการฝ่าวิกฤติโรคโควิด-19 ให้รอด เขาเห็นว่า สหรัฐฯจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “ชัตดาวน์ตัวเองอย่างเคร่งครัดที่สุด” นั่นหมายถึงการคุมเข้มวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเปลี่ยนไปจากเดิม ๆ อย่างน้อยเป็นเวลา 6-10 สัปดาห์

“เป็นเรื่องขาดความรับผิดชอบอย่างมาก หากใครจะเสนอความคิดขึ้นมาว่าเราทำได้ทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆกัน” บิลล์ เกตส์ กล่าวโดยไม่ได้ระบุว่า “ใครคนนั้น”หมายถึงใคร แต่เขาเห็นว่า สหรัฐฯจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไปพร้อม ๆ กับการเปิดประเทศ และให้ธุรกิจต่าง ๆ เปิดดำเนินการเหมือนที่เคยเป็นมา

“สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำอย่างยิ่งในเวลานี้คือ การชัตดาวน์ขั้นสูงสุด 6-10 สัปดาห์ ถ้าอะไรๆดีขึ้นแล้ว ก็ค่อยเริ่มเปิดธุรกิจต่าง ๆ เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ” “หนทางที่ดีที่สุดที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสก็คือ การเร่งให้บริการตรวจหาเชื้อขยายวงกว้างให้ได้มากที่สุด ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจหาเชื้อเป็นอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ต้องกักตัวอยู่กับบ้าน ทำงานจากที่บ้าน เป็นเวลาอย่างน้อย 6-10 สัปดาห์ ”

อดีตผู้บริหารไมโครซอฟต์ยอมรับว่า การปิดพื้นที่หลายชุมชน หรือเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นควบคู่ไปกับการขยายบริการตรวจร่างกายเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ให้ครอบคลุมทั่วถึง เป็นภารกิจที่ยุ่งยากและอาจสร้างความเสียหาย “มหาศาล” ในเชิงเศรษฐกิจ แต่ก็จำเป็นต้องทำ “ยิ่งเราลงมือใช้มาตรการเข้มงวดเหล่านี้ได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะเลิกทำมันได้ไวขึ้นเท่านั้น”

เกตส์ ย้ำว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีคำว่า “พบกันครึ่งทาง” เขายอมรับว่า เราไม่สามารถบอกกล่าวผู้คนในภาวะที่โรคระบาดกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วนี้ว่า ให้พวกเขาใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ออกไปสังสรรค์ กินอาหารนอกบ้าน ช่วยกันจับจ่ายใช้สอย ไม่งั้นเศรษฐกิจของประเทศจะหยุดชะงัก เพราะเราเองต่างรู้ดีว่า กิจกรรมต่าง ๆ

ที่เราทำนั้น สามารถแพร่กระจายไวรัสได้ อีก 2-3 ปียังทิ้งความเสียหายให้เห็นสิ่งที่น่าห่วงกังวลก็คือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา

“เรายังบอกลงไปชัดๆไม่ได้เลยว่า แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยจะหลุดพ้นจากวิกฤตินี้ได้ภายใน 6-10 สัปดาห์ ประเทศกำลังพัฒนาคงต้องได้รับผลกระทบที่สาหัสอย่างมาก” บิลล์ เกตส์ กล่าวและมองว่า 2-3 ปีข้างหน้านับจากนี้ ทั่วทั้งโลกยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากโรคโควิด-19 แม้ว่าถึงตอนนั้น การแพร่ระบาดอาจจะจบลงแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ บิลล์ เกตส์ ได้ลาออกจากบอร์ดบริหารบริษัท ไมโครซอฟต์ และเบิร์คไชร์ แฮทะเวย์ เมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจะสามารถทำงานด้านสาธารณกุศลเพื่อสังคมได้อย่างเต็มตัว มูลนิธิบิลล์และเมลินดา เกตส์ ของเขาได้บริจาคเงินแล้ว 100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3,200 ล้านบาท เพื่อการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: