ไวรัสโคโรน่า ที่ประชาชนรับรู้ เข้าใจที่ถูกต้องในระดับปานกลาง

ไวรัสโคโรน่า ที่ประชาชนรับรู้ เข้าใจที่ถูกต้องในระดับปานกลาง
21 กุมภาพันธ์ 2563
6,304

เผยผลการศึกษา เรื่อง ไวรัสโคโรน่าที่ประชาชนรับรู้ จากประชาชน 1,201 คน พบว่าประชาชนสนใจและติดตามข่าวสารเรื่องไวรัสโคโรน่า มากถึงมากที่สุด ร้อยละ 56.6 และสนใจในระดับปานกลาง ร้อยละ 27.8

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ร่วมกัน ศึกษาผลการศึกษา เรื่อง ไวรัสโคโรน่าที่ประชาชนรับรู้ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,201 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนสนใจและติดตามข่าวสารเรื่องไวรัสโคโรน่า มากถึงมากที่สุด ร้อยละ 56.6 และสนใจในระดับปานกลาง ร้อยละ 27.8

โดยมีช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารมากที่สุดผ่านสื่อเฟซบุ๊ก ร้อยละ 66.7 และสื่อโทรทัศน์ร้อยละ 66.6 ทั้งนี้เมื่อถามถึงสื่อที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูล พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 37.2 เชื่อมั่นข้อมูลจากสื่อโทรทัศน์ ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 14 ที่เชื่อมั่นสื่อเฟซบุ๊ค แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมั่นข้อมูลจากทางโทรทัศน์ มากกว่าเฟซบุ๊ค   

 

  • เข้าใจที่ถูกต้องในระดับปานกลาง 

ในส่วนของความเข้าใจและการรับรู้ข้อมูลของประชาชนเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรน่าและการติดต่อ พบว่ามีความเข้าใจที่ถูกต้องในระดับปานกลาง ร้อยละ 71.5 เชื่อว่าเชื้อไวรัสโคโรน่า ล่องลอยทั่วไปในอากาศ แหล่งชุมชน คนหนาแน่น ร้อยละ 79.6 ยังคิดว่าตนเองไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสนี้ และประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างทราบวิธีป้องกันจากไวรัสเมื่อต้องออกนอกบ้าน ได้แก่ ร้อยละ 83.4 ระบุว่าใช้หน้ากากอนามัย ร้อยละ60.4 ระบุว่าล้างมือบ่อยๆ และร้อยละ 56.9 ใช้เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่ฝ่ามือ เป็นต้น

158220265852

เมื่อถามถึงการรับรู้ต่อการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรน่าในสถานการณ์ต่าง ๆ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 86.0 คิดว่าเดินห้างสรรพสินค้าติดเชื้อไวรัสได้ ร้อยละ 83.5 คิดว่าการนั่งเครื่องบินลำเดียวกันติดเชื้อไวรัสได้ ร้อยละ 83.0 คิดว่าการไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติติดเชื้อไวรัสได้ ร้อยละ 82.1 คิดว่าการขึ้นรถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า ติดเชื้อไวรัสได้ ในขณะที่ร้อยละ 81.3 คิดว่าการนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะวงเดียวกัน ติดเชื้อไวรัสได้ และร้อยละ 47.5 คิดว่าการฟังเพลงร่วมกัน ติดเชื้อไวรัสได้

ที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชนต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ร้อยละ 61.5 ต้องการให้แจกหน้ากากอนามัย ร้อยละ 51.2 ต้องการให้มีศูนย์ปฏิบัติการที่ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การป้องกันโรค และประชาสัมพันธ์ให้ทราบข้อมูลที่เชื่อถือได้และเป็นจริง และร้อยละ 45 ต้องการให้แจกเจลล้างมือ 

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่าจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าที่เริ่มมาจากประเทศจีน และกระจายไปยังหลายประเทศในโลก ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว สำหรับประเทศไทยการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การติดตามความเคลื่อนไหวของสังคม ตลอดจนความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมามีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ หลากหลายช่องทาง ทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม โดยเฉพาะในช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในการดำเนินการสนับสนุนวิจัยและวิชาการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคม ได้ดำเนินการศึกษาความคิดเห็นของประชาชนในประเทศ ทั้งในประเด็นของการเข้าถึงข้อมูล ความเชื่อมั่นในข้อมูล ช่องทางการรับข่าวสาร การปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันตนเอง การรับรู้ความเสี่ยง ความวิตกกังวล และประเด็นการรับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องให้สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจ การกำหนดมาตรการ และนโยบายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของประชาชนโดยรวม ตลอดจนเพื่อประกอบการนำส่งข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องเผยแพร่สู่สาธารณะ

  • มรส.ผลิตเจลล้างมือแจก

158220265017

ผศ.ดร. วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลักสูตรเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ผลิตเจลล้างมือ (Antibacterial Hand Gel)สำหรับแจกนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร จัดวางบริการ ณ สำนักงานหน่วยงานภายในทั่วทั้งมหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันไวรัส โคโรน่าและเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีด้วย นำไปมอบให้กับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนประชาชนที่ประสงค์จะรับเจลล้างมือ สามารถติดต่อขอรับเจลหรือหากต้องการในปริมาณที่มาก ขอเชิญชวนนำบรรจุภัณฑ์ส่วนตัวมาแบ่งเจลล้างมือเพื่อนำไปแบ่งปันกับผู้อื่นได้  ทั้งนี้การผลิตเจลล้างมือ เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาของนักศึกษาหลักสูตรเคมี จึงนำมาเพิ่มทักษะให้กับนักศึกษาได้ลงมือปฎิบัติจริง เป็นการสร้างการเรียนรู้ต่อการทำงานในอนาคต

  • แนะพนักงานนวดไทยดูแลตัวเอง

นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่ากพร.จัดสาธิตการทำเจลล้างมือ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปทำเจลล้างมือใช้เองในครอบครัว ทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสได้ในเบื้องต้น โดยการทำเจลล้างมือ มีขั้นตอนและวิธีการทำไม่ยาก ส่วนผสมหลักๆ เช่น คาร์โบพอล เป็นผงที่ทำให้เกิดเป็นเนื้อเจล แอลกอฮอล์ 70% ที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อ ไตรเอทาโนลามีน ไตรโคลซาน (Triclosan) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ที่มีประสิทธิภาพต้านเชื้อราหรือไวรัสบางชนิดได้ดีและน้ำเปล่า เป็นต้น ซึ่งวิธีการทำจะผสมผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเข้าด้วยกันตามอัตราส่วนที่กำหนด ก็จะได้เจลล้างมือไว้ใช้เองแบบประหยัด

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ กำชับให้เจ้าหน้าที่ ผู้สอนหรือวิทยากร เน้นย้ำให้ผู้รับการฝึกสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคจากการไอหรือจาม และจากมือสู่ปากได้ในระดับหนึ่ง และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพื่อลดความเสี่ยงการรับเชื้อหรือแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วย การฝึกในบางสาขาที่ต้องใกล้ชิดกับบุคคลอื่น เช่น การฝึกนวดแผนไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

โดยต้องสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้บ่อยครั้งและใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือเป็นประจำ การฝึกประกอบอาหารก็เช่นกัน เพราะเกี่ยวข้องกับสุขอนามัย สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ให้สวมหน้ากากอนามัยเช่นเดียวกัน รวมถึงดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

  • นศ.สวนดุสิตทำหน้ากากอนามัยผ้า

อาจารย์อัครพล ไวเชียงค้า ประธานสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัย สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี กล่าวถึง กิจกรรมทำหน้ากากอนามัย(แบบผ้า)ป้องกันเชื้อโรค ว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาใหญ่ นั้นคือเรื่องคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และการแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID- 19) นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงจัดทำหน้ากากอนามัย(แบบผ้า)ป้องกันเชื้อโรค แจกจ่ายฟรี เพราะปัจจุบันหน้ากากอนามัยขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นเป็นอย่างมาก ถือเป็นการให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริง นำองค์ความรู้จากในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ 

158220265018

โดยขั้นตอนการทำหน้ากากอนามัย (แบบผ้า) ทุกคนสามารถทำเองได้ง่าย นำมาซักทำความสะอาด สามารถใช้ได้บ่อย เพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคที่ติดต่อผ่านทางเดินหายใจ ควรสวมหน้ากากอนามัยและซ้อนทับ ด้วยทิชชูเนื้อละเอียด 2 แผ่น และควรเปลี่ยนทิชชูอย่างสม่ำเสมอ ภารกิจข้างต้น จึงเป็นการกระตุ้นการตื่นตัว ของนักศึกษา และบุคลากรให้ดูแลตนเองมากขึ้น และรู้จักวิธีการป้องกันตนเองในเบื้องต้น

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง