จับโอกาสในวิกฤติของจีน

จับโอกาสในวิกฤติของจีน
18 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย ทีม Wealth Manager | คอลัมน์ Financial Planning
2,195

เหตุการณ์โรคระบาดมักมาโดยไม่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่สำหรับบางธุรกิจอาจได้ประโยชน์ เช่น ธุรกิจ Technology ที่สามารถให้บริการ Delivery รวมทั้งธุรกิจ Social Media หรือ Entertainment อื่นๆ

"ไวรัสโคโรน่า" เป็นประเด็นร้อนแรง ที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับลดลงแรงทั่วโลก แซงหน้าทุกๆ ปัจจัยเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตใน ปัจจุบันแซงหน้าโรค SARS เมื่อปี 2003 ไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังกังวลกันว่า ด้วยขนาดเศรษฐกิจของจีนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนต่อนานาชาติในปัจจุบัน ถือว่ามีผลกระทบมากกว่าอดีต ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนมียอดใช้จ่ายในต่างประเทศทั่วโลกกว่า 2.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าโรค SARS ปี 2003 ถึง 10 เท่า ทำให้ไวรัสโคโรน่าที่แพร่ระบาดรอบนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นวงกว้างมากกว่าอดีต

อย่างไรก็ตามด้วยบทเรียนในอดีต ในการควบคุมโรคระบาดของจีนอาจช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายรวดเร็วขึ้น เช่น การสั่งระงับธุรกิจนำเที่ยวในจีน สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศจีนอย่างรวดเร็ว ระบบการจัดการคัดกรองผู้ป่วยอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 2-3% ซึ่งมีความรุนแรงต่อชีวิตน้อยกว่า SARS ที่มีอัตราการเสียชีวิตถึง 9% ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในจีนอาจทำจุดสูงสุด หลังจากเริ่มแพร่ระบาดในวันที่ 17 ม.ค. เพียงประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยอาจเร็วกว่า SARS ที่ต้องใช้เวลาถึง 10 สัปดาห์

แต่ภายหลังที่จีนประกาศว่าสามารถควบคุมโรค SARS ได้ หรือจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ตลาดหุ้นเริ่มทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง เพราะฉะนั้นหากทางการจีนประกาศว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ ตลาดหุ้นก็คงกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งเช่นเดียวกับในอดีต

วันที่ทางการประกาศเรื่องโรคระบาดอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ (CSI 300 Index) ลดลงกว่า 8% ในวันทำการแรกหลังจากหยุดตรุษจีน แต่นอกเหนือจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังออกมาตรการกระตุ้นสภาพคล่องในตลาดเงินเพิ่มเติมสุทธิ 1.5 แสนล้านหยวน และระบุว่าจะเพิ่มโควตาการปล่อยเงินกู้ Re-lending มูลค่า 3 แสนล้านหยวน เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดนี้ อาจช่วยให้ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวจนสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ในระยะเวลาที่ไม่นานนัก

ซึ่งผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ CSI 300 Index ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 7% และคาดหวังว่าตลาดหุ้นจะขึ้นต่อไปได้ หากกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังสามารถเติบโตได้ดี หลังจากนี้หากสามารถควบคุมโรคระบาดได้

เพราะฉะนั้นประเทศจีนนั้นอาจเป็นประเทศที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ถึงแม้จะเป็นประเทศต้นกำเนิดไวรัสก็ตาม โดย Bloomberg ประเมินว่าการระบาดของไวรัสนี้ จะกดดันให้ GDP ปี 2020 ของจีนจะขยายตัว 5.7% YoY จาก 5.9% ที่เคยประเมินในเดือน ธ.ค. โดยการประเมินตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2 ได้ เนื่องจากประชาชนในประเทศ ถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ อีกทั้งยังไม่อยากออกไปพื้นที่สาธารณะเพราะกลัวติดเชื้อ อาจทำให้ธุรกิจที่มีช่องทางออนไลน์ รวมถึงบริการ Delivery ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด

เช่น บริษัท JD.com ระบุว่าช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาด มียอดคำสั่งซื้อสินค้าชำ (Grocery) เพิ่มขึ้น จากช่วงเวลาเดียวกันราว 20% ซึ่งบริษัท Alibaba หรือ Meituan Dianping ก็ให้บริการ Delivery ที่คล้ายกัน และทั้ง 3 บริษัท ล้วนแต่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในประเภทธุรกิจ Technology ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงความต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนมือถือมากขึ้น เพราะประชาชนถูกจำกัดให้ต้องพักอาศัยในบ้าน ซึ่งบริษัท Tencent ที่ให้บริการ Wechat และเป็นบริษัทสื่อบันเทิงออนไลน์ เช่น ภาพยนตร์ หรือเกมออนไลน์ ซึ่งช่วยลดบรรยากาศความตึงเครียดในภาวะความกังวลต่อโรคระบาดได้ดี

สำหรับเหตุการณ์โรคระบาดมักมาโดยไม่คาดคิด เช่นเดียวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งสามารถกระทบกับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นได้แน่นอนในระยะสั้น แต่ในวิกฤติ ย่อมมีโอกาสให้ธุรกิจที่อาจได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เช่น ธุรกิจ Technology ที่สามารถให้บริการ Delivery ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานในจีนไม่ต้องไปเข้าไปอยู่ในฝูงชนโดยไม่จำเป็น รวมทั้งธุรกิจ Social Media หรือ Entertainment อื่นๆ ที่ช่วยให้ลดความเครียดระหว่างที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดที่หวังว่าจะแก้ได้ในเร็ววัน ซึ่งในโลกของการลงทุน จังหวะที่ตลาดหุ้นปรับลดลง เป็นโอกาสที่ดีที่จะเลือกหุ้นที่ปรับลดลง ทั้งที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ และยังมีพื้นฐานที่ดี ซึ่งสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย

หากท่านใดมีข้อข้องใจเกี่ยวกับการวางแผนการเงินของตนเอง สามารถส่งคำถามของท่านมาได้ที่ [email protected] l บทความโดย ศิวกร ทองหล่อ AFPTTM Wealth Manager

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง