'วาเลนไทน์' ปีนี้ชวน 'คนโสด' ไปขอพรความรักที่วัดแขกสีลม

'วาเลนไทน์' ปีนี้ชวน 'คนโสด' ไปขอพรความรักที่วัดแขกสีลม
13 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย มยุรา ยะทา
13,772

"วัดแขกสีลม" วัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องการขอพรความรัก ในช่วง "วาเลนไทน์" ที่นี่มักจะแน่นขนัดไปด้วยหนุ่มโสดสาวโสด นอกจากนี้ยังเป็นวัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทยและมีความสำคัญต่อชุมชนชาวฮินดูในกรุงเทพฯ อย่างมาก

"วาเลนไทน์" ปีนี้ ใครยังไม่มีคู่ก็อย่าเพิ่งเศร้าใจไป เพราะจริงๆ แล้วการใช้ชีวิตโสดก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ถ้าไม่มีใครให้ดอกกุหลาบฉลอง "วันวาเลนไทน์" ก็ไม่เห็นจะเป็นไร ซื้อเองก็ได้สวยๆ เชิดๆ แต่ถ้ามันเหงาจนเกินทนและรู้สึกว่าอยากมี "ความรัก" เหมือนคนอื่นจริงๆ สักที อาจจะต้องลองไปทำบุญขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักหน่อยแล้วล่ะ ไม่รับประกันว่าจะช่วยให้มีแฟนภายในสามวันเจ็ดวัน แต่อย่างน้อยก็ทำให้สบายใจและเพิ่มความหวังให้ชีวิตก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นใจมากขึ้นก็แล้วกัน

หนึ่งในวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องการ "ขอพรความรัก" ในกรุงเทพฯ ก็คือ "วัดแขกสีม" ที่หลายคนบอกกันปากต่อปากว่าศักดิ์สิทธิ์จริง โดยเฉพาะเรื่องความรักหรือเรื่องเนื้อคู่ที่ต้องไปขอพรกับ "พระแม่อุมาเทวี" ที่เปรียบเสมือนคิวปิด (Cupid) ของชาวเอเชีย แต่เรื่องนี้ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลต้องใช้วิจารณญาณกันด้วย

  • วัดแขก หรือ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี ชื่อในภาษาทมิฬ คือติรุมาริอัมมันโกยิล

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี สร้างขึ้นโดยชาวทมิฬ (ชาวอินเดียตอนใต้) ที่อพยพมาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1860 โดยในยุคสมัยนั้น เป็นช่วงเวลาที่ประเทศอินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ทำให้ชาวทมิฬจำนวนมากอพยพออกจากถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองสู่ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย นับว่าเป็นโชคดีที่มีชาวทมิฬกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในย่านสีลมของกรุงเทพฯ 

พวกเขาไม่เพียงแต่นำความรู้ด้านการค้าขายอัญมณีเข้ามาเผยแพร่ แต่ยังมีจิตศรัทธาสร้าง "วัดแขกสีลม" แห่งนี้ขึ้นอีกด้วย ภายหลังพื้นที่ย่านนี้จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นลิตเติ้ลอินเดียแห่งที่ 2 ของกรุงเทพฯ ต่อจากย่านพาหุรัด และยังเป็นย่านที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นชุมชนอินเดียที่รายล้อมไปด้วยร้านอาหารอินเดียอร่อยๆ และร้านค้าอัญมณีจำนวนมาก

158150663020

อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ให้ข้อมูลบนคอลัมน์ผี-พราหมณ์-พุทธ มติชนสุดสัปดาห์ว่า ชื่อจริงของวัดแขกคือติรุมาริอัมมันโกยิลซึ่งเป็นภาษาทมิฬ โดยติรุ ชาวทมิฬใช้เหมือนคำว่าศรีในภาษาสันสกฤต คือคำยกย่อง ส่วนมาริ เป็นชื่อพระแม่เจ้าผู้เป็นประธานของวัด อัมมาหรืออัมมัน (ลงท้ายอันอย่างไวยากรณ์ทมิฬ) คือแม่ และโกยิลแปลว่า ปราสาท หรือมณเฑียร ติรุมาริอัมมันโกยิล จึงแปลว่าปราสาทพระแม่ศรีมาริ

  • พระแม่อุมาเทวี เทวีแห่งอำนาจบารมีและวาสนาอันสูงสุด 

ปัจจุบันนี้ วัดแขกสีลมมีบทบาทสำคัญในฐานะวัดฮินดูที่เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวทมิฬและฮินดูในกรุงเทพฯ และยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญทางศาสนาอีกด้วย โดยหากได้มาเยือนถนนสีลมในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนของทุกปีจะได้สัมผัสกับ 2 งานเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลนวราตรี และ เทศกาลดิวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง สำหรับไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดนั้น คือขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจะมีการนำรูปของพระแม่อุมาเทวีออกมาแห่ไปตามถนนสีลมในช่วงวันสุดท้ายของเทศกาลนวราตรี

โดยผู้ที่มีจิตศรัทธามักจะนิยมไปกราบไหว้บูชาและขอพรจากพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรักและการขอบุตร สำหรับชาวไทยและชาวจีนนั้น มักจะขอพรเกี่ยวกับเรื่องการทำธุรกิจให้รุ่งเรือง หรือแม้แต่ขอให้คุณผู้หญิงสมหวังในเรื่องการตั้งครรภ์

แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องโด่งดังที่สุด คือการขอคู่ครอง โดยมีความเชื่อว่า พระแม่อุมาเทวี ทรงเป็นมารดาแห่ง พระพิฆเนศ และเป็นชายาแห่งพระศิวะ มหาเทพผู้ทำลายโลก 1 ใน 3 แห่ง พระแม่อุมาจึงนับว่าเป็น 1 ใน 3 แห่งพระตรีศักติ ซึ่งหมายถึงพระแม่ทั้งสาม (ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวตี) ด้วยพระแม่อุมาเทวีสถิตอยู่เช่นเดียวกับพระศิวะเทพ บนวิมาน เขาไกรลาส พระองค์มีสัญลักษณ์ประจำกาย คือ โยนี (ฐานรองศิวลึงก์) มีศาสตราวุธเป็นตรีศูล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการปราบปรามสิ่งชั่วร้าย และมีดาบเป็นสัญลักษณ์แห่งความเฉียบขาด หรือการเป็นผู้ตัดสินผู้อื่น พระองค์มีทิพยรูปเป็นหญิงงดงาม ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หลากสี และประดับด้วยทองคำวิจิตรงดงาม ทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา และถือเป็นมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง

พระแม่อุมาเทวี มีร่างอวตารอยู่หลายปาง โดยปางที่สำคัญที่สุดมี 2 ปาง คือ ปางพระแม่ทุรคา (ทุรกา) และ ปางพระแม่กาลี (เจ้าแม่กาลี) ส่วนอีกปางหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทย ก็คือ ปางพระแม่อุมาตากี ซึ่งเป็นร่างอวตารของพระแม่อุมาเทวี ที่รวมเอาพระแม่หลายพระองค์ ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี และ พระแม่สรัสวดี เข้าไว้ในร่างเดียวกัน และเป็นที่นิยมนับถือกันมากในหมู่ผู้นับถือนิกายศักติ หรือนิกายที่นับถือว่าเทพสตรีทั้ง 3 พระองค์ นี้ยิ่งใหญ่เหนือกว่า พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ

158150668364

  • อ่านข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

7 ไอเดียฉลอง 'วาเลนไทน์' ควงแขนแฟนทำสิ่งใหม่ไม่น่าเบื่อ!

เปิดตำนานนักบุญ 'วาเลนไทน์' และ 'คิวปิด' เทพเจ้าแห่งรัก

‘วาเลนไทน์’ ชวนแฟนเปิด ‘บัญชีคู่’ วางแผนชีวิตรักและการเงิน

เปิดความเสี่ยง 'รักออนไลน์' อินเลิฟแบบไหน ไม่ถูกหลอก

เชื่อกันว่าอำนาจแห่งพระอุมานั้นยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเทียบเทียมได้ ทรงมอบอำนาจวาสนาและความเป็นใหญ่ให้แก่ผู้บูชา ทรงประทานชัยชนะเหนือศัตรู ประทานกำลังวังชาความสามารถเพื่อทำกิจต่างๆ ให้ลุล่วง ทรงทำลายสิ่งชั่วช้าชั่วร้าย คนชั่ว และผู้เบียดเบียนชีวิตของผู้บูชา ตลอดจนประทานบริวาร อำนาจในการปกครอง และบารมีแก่ผู้หญิง พระองค์ยังทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์ ความอิ่มเอม ความผาสุกในการครองเรือน ครอบครัวที่เปี่ยมสุข ประทานบุตรที่ดี รวมทั้งประทานปัจจัยที่เพียบพร้อมในการเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตขึ้นเป็นคนดี ทรงคุ้มครองหญิงตั้งครรภ์ให้คลอดง่าย ตลอดจนการคุ้มครองผู้ศรัทธาให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ทรงดลบันดาลให้ผู้บูชาได้รับความนับถือศรัทธา การยำเกรงจากผู้คนทั่วไป ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประพฤติดีเสมอ 

  • สถาปัตยกรรมอินเดียตอนใต้ ในถนนสีลม 

ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการขอพรเรื่องความรักเท่านั้น แต่วัดแขกสีลมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างมาเที่ยวชม ไม่เว้นแม้แต่คนไทยเองที่ต้องมาชมความงามของวัดแขกสักครั้ง

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีนี้ ถือว่ามีความงดงามตามรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอินเดียตอนใต้ โดยมีช่างผู้ชำนาญการชาวทมิฬ รัฐทมิฬนาฑุ ประเทศอินเดียเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง จึงทำให้วัดพระศรีมหาอุมาเทวีแห่งนี้มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเทวาลัยในอินเดียทางตอนใต้เป็นอย่างมาก โดยตัววัดประกอบด้วยซุ้มโคปุระจำนวนสองซุ้ม ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือและด้านทิศตะวันออก ซุ้มโคปุระทางด้านทิศตะวันออกจะมีขนาดใหญ่กว่าโคปุระทางด้านทิศเหนือ โดยล้อมรอบตัววัดทั้งทางด้านถนนปั้นและถนนสีลมด้วยกำแพงทั้งสองด้าน

ภายในเทวาลัยประธาน มีลักษณะอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งด้านในสุดออกเป็นสามส่วน ตรงกลางเป็นห้องสำหรับประดิษฐานเทวรูปของพระศรีมหาอุมาเทวี ถัดไปทางด้านขวาเป็นห้องขนาดเล็กสำหรับประดิษฐานเทวรูปองค์พระคเณศ และเช่นเดียวกันทางฝั่งซ้ายเป็นห้องขนาดเล็กสำหรับประดิษฐานเทวรูปของพระขันธกุมาร ซึ่งเทวรูปทั้งสามองค์ที่นี้สร้างมาจากหินแกรนิตสีดำ โดยอัญเชิญมาจากประเทศอินเดียเมื่อครั้งที่เริ่มสร้างวัดแห่งนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีเทพองค์สำคัญๆ อีกหลายองค์ เช่น พระขันธ์กุมาร พระศิวะ พระกฤษณะ พระวิษณุ พระแม่ลักษมี และพระแม่กาลี เป็นต้น

วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับช่วงสุดสัปดาห์พอดี ใครที่กำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ละก็ ลองแวะไปเที่ยว "วัดแขกสีลม" สักหน่อยก็น่าจะช่วยให้คนโสดคลายเหงาไปได้บ้าง ได้เดินชมความงามของสถาปัตยกรรม ได้เห็นพิธีกรรมแบบชาวอินเดียทมิฬแท้ๆ และได้ขอพรเรื่องความรักที่ปรารถนา เรียกว่าไปหนึ่งได้ถึงสาม คุ้มอย่างนี้แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ?! 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: