ต่างประเทศ

อัพเดทสถานการณ์ไวรัส 'โคโรน่า' (11 ก.พ.2563)

อัพเดทสถานการณ์ และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ "ไวรัสโคโรน่า" สายพันธุ์ใหม่ 2019 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ตลอดทั้งวัน

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และขยายวงกว้างไปอีกกว่า 27 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยทั่วโลกพบทั้งผู้ที่เฝ้าระวัง ผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่ออัพเดทสถานการณ์ล่าสุดและเรื่องราวต่างที่เกี่ยวกับ "ไวรัสโคโรน่า" สายพันธุ์ใหม่นี้ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 โดยสามารถติดตามอ่านข่าวได้ตลอดทั้งวัน โดยคลิกอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ตามหัวข้อต่างๆ ดังนี้

กรุงเทพธุรกิจอัพเดท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวหลังการประชุมครม. ถึงการแก้ไขปัองกันไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ว่า เรื่องของเรือสำราญที่จะขอจอดเทียบท่าเรือของไทยนั้น เราไม่อนุญาตให้จอดแต่เราจะดูแลในเรื่องของมนุษยธรรม อย่างการเติมน้ำมัน หรือต้องการน้ำ อาหาร เราจะส่งไปให้ ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเหมือนต่างประเทศ ที่ดำเนินการเช่นเดียวกัน

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865856

ดอน ปรมัตถ์วินัย กำชับสถานทูตไทยในปักกิ่ง เฝ้าช่วยเหลือ 3 คนไทยตกค้างในอู่ฮั่น ย้ำ ไม่ทอดทิ้งใคร ต้องได้รับดูแลอย่างทั่วถึง

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865891

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ตอบคำถามชัดๆ ว่าเป็นความจริงน้อยมาก เกือบทั้งหมดขณะนี้ของเชื้อตัวนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกขอยืนยันว่า มันติดเชื้อโดยละอองฝอยเม็ดโตๆ ซึ่งจะติดอยู่ตามเสื้อผ้าเรา จากการที่คนไข้ไอ จาม เสมหะหลุดออกมา อยู่ในรัศมีประมาณ 1 หรือ 2 เมตร

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865821

ธนาคารเกียรตินาคิน ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจโรงแรม และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยพักชำระหนี้เงินต้น ให้ธุรกิจโรงแรมทั้งหมด และลดดอกเบี้ย ให้สินเชื่อรายย่อย

คลิดอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865814

สธ.เผยพบผู้ป่วยยืนยันติดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นรายที่ 33 หญิงจีนอายุ 54 มาจากอู่ฮั่น อาการโดยรวมดีขึ้น ย้ำเบื้องต้นไทยยังไม่อนุญาตให้เรือ..เทียบท่าแหลมฉบัง ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวบรวมข้อมูลร่วมกับการท่า

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865794

สาธารณสุข ยืนยันไม่อนุญาตให้เรือ "เวสเตอร์ดัม" เทียบท่าเรือแหลมฉบัง ขณะที่วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มอีก 1 คน เป็นหญิงชาวจีน คนใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อไปก่อนหน้านี้

คลิกอ่านข่าวที่ : bangkokbiznews.com/news/detail/865791

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีเรือสำราญเวสเตอดัม ของบริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกาไลน์ ซึ่งเดินทางมาจากฮ่องกง ได้ติดต่อขอจอดเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า ได้รับการประสานขอนำเรือจอดเทียบท่าจริง แต่ไทยยังไม่ตอบการอนุญาต และปรากฎว่าบริษัทดังกล่าวได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยกระทรวงคมนาคมได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุขแล้วเห็นตรงกันว่า เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของประชาชน จะไม่อนุญาตให้เรือจากฮ่องกงมาจอดเทียบท่าในไทย

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865772

วิกฤติไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ระบาดนอกจากสร้างความเสียหายให้กับจีนแล้ว ยังเผยให้เห็นว่าโลกพึ่งพาจีนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งพึ่งพามากก็ยิ่งมีราคาที่ต้องจ่ายมากเช่นกัน

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865745

เว็บไซต์ ฮอลแลนด์อเมริกาดอทคอม https://www.hollandamerica.com/blog/ships/ms-westerdam/statement-regarding-westerdam-in-japan  ได้เผยแพร่รายงานข่าวสถานการณ์ของเรือสำราญ เวสเตอดาม (Westerdam) ได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้เข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในวันที่ 13 ก.พ ล่าสุดเมื่อเวลา 00.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาโพสต์เฟซบุ๊คโดยระบุว่า "สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า"

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865741

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนจะเร่งการพัฒนายาต้านเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่เขาเชื่อมั่นว่า จีนจะประสบชัยชนะในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีน รายงานว่านับจนถึงวันจันทร์(10ก.พ.)ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 1,011 ราย และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 42,300 รายแล้วในขณะนี้

คลิกอ่านข่าวที่ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865738


158142795657

158140570283