พลังครูอปท.ช่วยเด็กยากจนพิเศษ

พลังครูอปท.ช่วยเด็กยากจนพิเศษ
17 มกราคม 2563
158

ระดมพลังครูอปท.ช่วยนร.ยากจนพิเศษ สถ.พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาล จับมือ กสศ. เดินหน้าช่วยเหลือ นร.ยากจนพิเศษ อนุบาล –ม.3

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เป็นประธานการประชุมชี้แจงการจัดทำข้อมูลระบบคัดกรองนักเรียนยากจนเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน และเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) โดยมีผู้อำนวยการกองการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวม 66 จังหวัด ร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงดังกล่าวผ่านระบบ Teleconference

นายประยูร กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2563 สถ.ร่วมกับ กสศ. ขยายโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ จากที่ดำเนินการในปีที่ผ่านมาจำนวน 10 จังหวัด เป็น 76 จังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนกว่า 97,000 คน ที่จะได้รับช่วยเหลือ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3

ดังนั้น เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้ ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา วันที่เปิดระบบคัดกรองระหว่างวันที่ 15 ม.ค. ถึง 31 มี.ค. 2563 ขอความร่วมมือจากท้องถิ่นจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและคัดกรองนักเรียนยากจน เพื่อตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลของนักเรียนที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายตกหล่นแม้แต่คนเดียว

“ในภาคเรียนที่ 2/2562 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์การคัดกรองและได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจาก กสศ.จำนวน 1,532 คน รวมสถานศึกษา 123 แห่ง โดยครัวเรือนที่ผ่านการคัดกรองและได้รับความช่วยเหลือมีรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือน ต่ำที่สุดราว 250 บาทต่อคนต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 8 บาทต่อวันเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก หากเด็กๆ กลุ่มนี้ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ย่อมช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้” อธิบดี สถ. กล่าว

นายประยูร กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ 2564 สถ.ยังปฏิรูปวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนตามแนวทาง Demand -Side Financing โดยปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเด็กยากจนจากเดิมแบบถัวจ่าย เป็นการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบรายบุคคล โดยจะใช้ระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนของ กสศ. ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสพฐ. และกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) เพื่อให้สามารถระบุนักเรียนที่ยากจนจริงได้เป็นรายบุคคล ถือเป็นการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณอย่างเสมอภาคให้แก่นักเรียนในสถานศึกษาสังกัด อปท.

“กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลผ่านทาง กสศ.และภาคีที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามามีบทบาทสร้างความร่วมมือ ช่วยสนับสนุนและเติมเต็มการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศ จะไม่ให้มีเด็กของเราคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว” นายประยูร กล่าว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า หลังจากเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาได้มีการลงนาม MOU ความร่วมมือระหว่าง สถ. กับ กสศ. ในการทำงานช่วยเหลือเด็กยากจนในสถานศึกษาสังกัด อปท. โดยเริ่มนำร่องทำงานด้วยกัน 10 จังหวัด หลังจากนี้จะเป็นก้าวต่อไปในการขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ภายหลังรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณโดยเพิ่มงบประมาณจาก 1,600 บาทต่อปี เป็น 3,000 บาทต่อปี พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายการช่วยเหลือไปถึงระดับชั้นอนุบาลอีกด้วย และอนาคตอาจขยายไปถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในอนาคต

“ขอขอบคุณความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐบาลในการสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กสศ. พร้อมยินดีสนับสนุนการทำงานของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนต่อไป และกสศ. จะบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง” ดร.ไกรยศ กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง