ทลายเครือข่ายอาวุธปืนออนไลน์ ยึดของกลางได้กว่า 50 กระบอก

ทลายเครือข่ายอาวุธปืนออนไลน์ ยึดของกลางได้กว่า 50 กระบอก
3 ตุลาคม 2562
74

ตำรวจ 191 ทลายเครือข่ายขายอาวุธปืนออนไลน์ พร้อมผู้ต้องหา 6 ราย ยึดของกลางได้กว่า 50 กระบอก พร้อมกระสุนปืนอีก 850 นัด

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.62 ที่บก.สปพ. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ , พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล , พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี , พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว , พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ รอง ผบก สปพ. , พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ , พ.ต.ท.จามร ทองพรรณ , พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 และร.ต.อ.วิสูตร เต็งเฉี้ยง รอง สว.งานสายตรวจ 1 ร่วมกันแถลงข่าวผลการทลายเครือข่ายขายอาวุธปืนออนไลน์ โดยทำการจับกุมนายโชติภัทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี นายกัณฑ์เอนก เหมือนวงศ์ อายุ 28 ปี นายปราโมทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นายจีราวัตร(สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี นางสาวชุติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และ นายแก่น(สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่เน้นย้ำให้แก้ไขสกัดกั้นตัดวงจรอาชญากรรมเกี่ยวกับอาวุธปืนเป็นภัยคุกคามและกระทบต่อความสุขของพี่น้องประชาชน เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงสั่งการให้บก.สปพ.ทำการสืบสวน กระทั่งสืบทราบว่ามีการขายอาวุธปืนทางออนไลน์ โดยมีนายโชติภัทร์ อายุ 34 ปี เป็นเจ้าของกลุ่ม จึงได้ทำการแกะรอย จนจับกุมได้บริเวณ หน้าร้านขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะจับกุมสามารถตรวจยึดอาวุธปืนภายในกล่องพัสดุได้ 10 กระบอก


ต่อมาได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยังมีอาวุธปืนจำนวนหนึ่งซุกซ่อนที่บ้านใน จ.สระบุรี จึงขยายผลเข้าตรวจค้นก็พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 42 กระบอก , โม่ปืน จำนวน 103 อัน , ลำกล้องปืน จำนวน 150 อัน , สปริงนกสับ จำนวน 72 อัน , แกนโม่ จำนวน 6 อัน ลูกกระสุนปืน จำนวน850 นัด อุปกรณ์เครื่องมือช่าง และถังสำหรับทดสอบอาวุธปืน 1 ใบ

สอดรับกับพล.ต.ต.สำราญ ที่กล่าวว่า ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลต่อเนื่อง โดยแกะรอยจากบัญชีลูกค้าของเครือข่ายนี้ ผนวกกับคำให้การว่ามีการขายอาวุธปืนไปยังเฟสบุ๊ก”มาร์คัส จัสติน” ซึ่งมีนายกัณฑ์เอก เป็นเจ้าของ จึงนำจับกุมนายกัณฑ์เอนก ได้หน้าร้านขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ตรวจยึดของกลางเครื่องกระสุนขนาดต่างๆจำนวน 8 กล่อง จำนวน 400 นัด โดยเบื้องต้นนายกัณฑ์เอนก รับว่าจัดส่งให้กับลูกค้า ที่ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ค จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลก่อนปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มลูกค้าของนายกัณฑ์อเนก พื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดข้างเคียงรวม 27 จุด โดยจับกุมนายปราโมทย์อายุ 19 ปี ได้ในเขต อ.เมืองนนทบุรี จว.นนทบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืน กึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 จานวน 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 6 นัด จับกุมนายจีราวัตร อายุ 37 ปี ได้ในเขต อ.บางปะกง จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมของกลางอาวุธปืน กึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 1 กระบอก จับกุมน.ส.ชุติมาอายุ 31 ปี ได้ในเขต เขตประเวศ กทม. พร้อมของกลางเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 35 นัดอาวุธปืนยาว จำนวน1 กระบอก และนายแก่น อายุ 33 ปี จับกุมได้ในเขต อ. เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางอาวุธปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน จำนวน 121 นัด

 

ผบก.สปพ. กล่าวว่า ขบวนการนี้ส่วนใหญ่มักจะโพสต์ขายกันอยู่กระบอกละประมาณ 6,000-8,000 บาท หรือที่ทำออกมาดูดีหน่อย อาจจะลงขายถึงกระบอกละ หมื่นบาทต้นๆก็มี ซึ่งมีการเลียนแบบทำปืนมาจากในอินเตอร์เน็ต ซึ่งขบวนการนี้เชื่อมโยงกับหลายเครือข่ายที่ก่อนหน้านี้เคยจับกุมมาแล้ว และพอพ้นโทษก็ออกมาก่อเหตุอีก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันสกัดกั้นจับกุมขบวนการดังกล่าวที่ใช้วิธีขนส่งเป็นพัสดุผ่านระบบไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี และทางระบบขนส่งได้มีการกำหนดแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด อาวุธปืน ผ่านทางไปรษณีย์โดยกำหนดแนวทางต่างๆ เน้นกำชับและให้ผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่5 (พ.ศ. 2558)โดยในการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จะต้องบันทึกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ส่งและผู้รับ รวมทั้งมีการประสานงานด้านการข่าวตลอด 24 ชม. หากพบกรณีวัตถุที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากมีเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทันที

เบื้องต้นแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนและเครื่องงกระสุนปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และทำประกอบ เปลี่ยนลักษณะ มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ตร.ค้นบ้านผู้ต้องสงสัย พบประวัติค้าอาวุธสงคราม-ไม้พยุง

-ลายเครือข่าย 'อาซาง' ยึด 'ยาบ้า-ไอซ์' มูลค่ารวม 15

-ผยอาวุธสงคราม พบที่ศรีสะเกษ เคยถูกใช้ในเหตุการณ์

-จ้ง 3 ข้อหาหนัก ตำรวจสำโรงใต้ชักปืนขู่ อส.ขณะตั้งด่าน


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง