"กระทรวงท่องเที่ยว" ชงครม.เว้นวีซ่าจีน-อินเดีย ฟื้นเที่ยวไทย

15 สิงหาคม 2562
6,050

“พิพัฒน์” ลุยชง ครม.ไฟเขียว2มาตรการด้านวีซ่าในส.ค.นี้ ยาแรงฟื้นท่องเที่ยว “ยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีน-อินเดีย” พำพักในไทย15 วัน พร้อมยืดมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า VoA 19 ชาติ ออกไปอีก1 ปี คาดดีเดย์ ‪1 พ.ย. แจงหารือ “ประยุทธ์-สมคิด” ไม่ขัดข้อง

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงชะลอการเดินทางมาไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียนับวันยิ่งมีกระแสเดินทางเที่ยวไทยดีต่อเนื่อง ในภาวะแวดล้อมน่ากังวลของเศรษฐกิจไทย ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอการเติบโต จากปัจจัยสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมไปถึงเงินบาทแข็งค่าทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยใช้จ่ายแพงขึ้น

ขณะเดียวกันผลดีจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 21 ประเทศ (รวมจีนกับอินเดีย) ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นกรุ๊ปทัวร์กระจุกตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอวีซ่าแบบ VoA ส่งผลให้เกิดความแออัดที่สนามบิน โดยเฉพาะที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายในเดือน ส.ค.นี้ จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการ “ยกเว้นวีซ่า” แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทย กำหนดให้พำนักในไทยได้ 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ ‪1 พ.ย. 2562 – 31 ต.ค. 2563 หรือเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังได้หารือเบื้องต้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วทั้งสองท่านไม่ขัดข้อง

ส่วนอีกมาตรการคือ “ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบ VoA” อัตรา 2,000 บาทต่อคน จะเสนอให้ต่ออายุมาตรการนี้ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ต.ค. 2562 ออกไปอีก 1 ปี หรือจนถึงวันที่ 31 ต.ค.2563 แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 19 ประเทศ ไม่รวมจีนกับอินเดีย เพราะถือว่ายกเว้นวีซ่าให้แล้ว

ดันจีนเที่ยวไทยไม่ต่ำ11ล้านคน

โดยเชื่อว่าทั้ง 2 มาตรการด้านวีซ่า จะช่วยรักษาตลาดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยตลอดปี 2562 ไว้ได้ไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคน เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ ตลาดจีนเที่ยวไทยอาจจะติดลบได้ จากปัจจัยเงินหยวนอ่อนค่าซ้ำเติมบาทแข็ง ทำให้ชาวจีนเที่ยวไทยในราคาแพงขึ้น 10-20% ส่วนตลาดอินเดียซึ่งเติบโตดีอยู่แล้ว จะช่วยหนุนให้โตแบบก้าวกระโดดเพิ่มเป็น 3 ล้านคนในปี 2563

“สำหรับ 6 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบ VoA ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่ก็สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกลับมากว่า 2 แสนล้านบาท จึงคาดการณ์ว่าในมาตรการด้านวีซ่ารอบใหม่นี้ แม้รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย มาสร้างรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 3-4 แสนล้านบาท ทั้งยังผลักดันเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มได้ตามเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 7-8% หรือประมาณ 11-12 ล้านคน ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียในปีนี้คาดเพิ่มเป็น 2 ล้านคน จากปี 2561 ที่มีกว่า 1.6 ล้านคน”

เอกชนเด้งรับเว้นวีซ่าจีน-อินเดีย

ด้านนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียกำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยภาคเอกชนมองว่าหากรัฐบาลสนับสนุนด้วยการยกเว้นวีซ่าแก่ทั้งนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเป็นกรณีพิเศษ นาน 1 ปี ในรูปแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย ตามแนวคิดของนายพิพัฒน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เชื่อว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวอินเดียมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของไทยปรับลดลงด้วย

"ตลาดอินเดียเที่ยวไทยถือเป็นตลาดที่ภาคเอกชนเห็นว่าน่าสนใจ และควรเร่งเข้าไปส่งเสริม เนื่องจากขณะนี้คู่แข่งในกลุ่มประเทศอาเซียน มีทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยเฉพาะมาเลเซียที่ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวอินเดียไปเยือนจำนวนมาก หากไทยไม่มีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวอินเดียซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง อาจถูกคู่แข่งแย่งไป”

หลังจากในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไทยยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบ VoA ทำให้มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาไทยจำนวนมาก หากมีมาตรการพิเศษมาสนับสนุนจะช่วยส่งผลดี โดยในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียมาไทยทะลุ 2 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนที่มี 1.6 ล้านคน ทั้งนี้มองว่าในอนาคตอินเดียมีแนวโน้มส่งออกนักท่องเที่ยวมาไทยแซงตลาดมาเลเซียซึ่งปีที่แล้วมีจำนวนกว่า 4 ล้านคน ครองอันดับ 2 รองจากตลาดจีน

เมืองรองดึงอินเดียเที่ยวไทย

สำหรับปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ตลาดอินเดียเที่ยวไทยมากขึ้น อย่างแรกคือสถานการณ์การเมืองของอินเดียที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มั่นคงแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศก็มีอัตราการเติบโตสูงเฉลี่ย 7% ต่อปี ถ้าไม่มีอะไรสะดุด เศรษฐกิจอินเดียจะโตต่อเนื่องเช่นนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี ขณะที่ชาวอินเดียส่วนใหญ่เริ่มมีรายได้เฉลี่ยสูงขึ้น

ปัจจัยเสริมอีกเรื่องคือการโปรโมทการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมุ่งเสนอภาพของพื้นที่เมืองรองที่มีความน่าสนใจ ช่วยดึงดูดชาวอินเดียให้สนใจเดินทางไปมากขึ้น นอกเหนือจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯและพัทยา นอกจากนี้ยังมีปริมาณเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่เมืองรองหลายเที่ยวบิน หนุนการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกโปรโมทได้ง่ายขึ้น

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวเสริมว่า เห็นด้วยกับที่นายพิพัฒน์จะเสนอต่อ ครม.ให้พิจารณายกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย โมเดลเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทย จนส่งผลให้คนไทยแห่ไปเที่ยวญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยส่วนตัวมองว่าไม่อยากให้รัฐบาลกำหนดระยะเวลาว่าจะใช้มาตรการด้านวีซ่านี้นานกี่เดือน กี่ปี หรือสิ้นสุดเมื่อไร เพราะอยากให้ใช้ไปเรื่อยๆ เหมือนประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงดำเนินนโยบายยกเว้นวีซ่าแก่คนไทยอย่างต่อเนื่องนานกว่า 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่กลางปี 2556 ที่ผ่านมา


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 'นาที รัชกิจประการ' เว้นวรรคการเมือง 5 ปี
-'พิพัฒน์' ลุยเยาวราช สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย
-'อนุทิน' ย้ำรมต.ภท.ทำงาน 7 วันตลอด 24 ชม.
-“ชิดชอบ” ยึดทักษิณ | ประชา บูรพาวิถี




แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง