'9ปีคดีแพรวา' บทเรียน-รับผิดชอบ

'9ปีคดีแพรวา' บทเรียน-รับผิดชอบ
7 สิงหาคม 2562
848

ถึงเวลานี้สังคมยังคงเฝ้าจับตาบทสรุปของคดีที่น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถเก๋งชนรถตู้สาธารณะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ เมื่อปี 2553 ที่วานนี้ (6ส.ค.)

ศาลแพ่งได้นัดให้ทางฝั่งน.ส.แพรวานำเงินจำนวน 41.7 ล้าน จาก (42ล้าน+ค่าธรรมเนียมศาล2แสน) มาวางต่อศาลเพื่อเป็น เพื่อเยียวยาชดใช้ผู้เสียหายในคดีนี้จำนวน26 คน

โดย “โอภาส อนันตสมบูรณ์” อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ระบุว่าว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นการเยียวยาให้ผู้เสียหายทั้งหมด 26 ราย มีจำนวน 42,637,810.40 บาท และอีก 200,000 บาท เป็นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งยังเหลือเงินอีก 8 แสนกว่าบาท ที่ทางครอบครัวของแพรวาจะต้องนำมาชำระเพิ่มเติม ก็จะต้องนับดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ด้วยเช่นกัน หากเงิน 8 แสนบาทที่เหลือมาครบแล้ว ก็จะนำจ่ายผู้เสียหายได้ทันที

กระนั้นก่อนจะมาถึงบท(ใกล้)สรุป ย้อนกลับไป9ปีที่แล้ว คือ วันที่ 27 ธ.ค.2553 ได้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นที่บริเวณทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ติดต่อกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ทำให้รถตู้เสียหลักพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าและขอบทาง มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 9 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย ซึ่งผู้ก่อเหตุในขณะนั้นอยู่ในสถานะที่เป็นเยาวชน

ก่อนที่ดังกล่าว ในทางคดีมีการต่อสู้กันทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งทั้งสองคดีก็ถึงที่สุดแล้ว โดยจบที่ศาลฎีกา กระทั่งเมื่อวันที่8 พพ.ค.2562 ศาลฎีกาได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น คือ ให้จำเลยจ่ายายเงินให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 26.8 ล้านบาทเศษ

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องจะไม่จบแค่นั้น เพราะ หนึ่งในผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ออกมาโพสต์ข้อความในลักษณะตัดพ้อ ทวงถามความรับผิดชอบตลอด 9 ปีกว่าที่ผ่านมา ตามด้วยกระแสโซเชียลที่ออกมาเรียกร้องถึงความรับผิดชอบ โดยมีการเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา

ร้อนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานด้านกฎหมายต้องออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวกระทั่งคดีนี้เดินทางมาจนถึงขั้น(เกือบ)สุดท้าย ซึ่งทั้งผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงสังคมยังคงเฝ้าคอยบทสรุปของคดีนี้ด้วยความหวังว่าจะเป็นบทสรุปอย่างแท้จริงเสียที

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอด9ปีที่ผ่านมาทั้งผู้ก่อเหตุ ผู้สูญเสีย และสังคมต่างได้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบรวมถึงบทเรียนในคดีนี้ในแต่ละแง่มุมที่แตกต่างกันไป!!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง