ชาวเกาหลีใต้เผาตัวประท้วงญี่ปุ่น

ชาวเกาหลีใต้เผาตัวประท้วงญี่ปุ่น
20 กรกฎาคม 2562
3,581

ชายเกาหลีใต้เผาตัวเองหน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซลเสียชีวิต ท่ามกลางความขัดแย้งกับโตเกียว ประชาชนโสมขาวต่อต้านอย่างหนัก ร้านค้าประท้วงเลิกขายสินค้าเพื่อนบ้าน

ทางการเกาหลีใต้เผยวานนี้ (19 ก.ค.) ว่า ชายวัย 70 ปีรายหนึ่งจอดรถหน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซล แล้วจุดไฟเผาตนเอง ภายในรถมีถังก๊าซใช้แล้วราว 20 ถัง เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า พ่อตาของชายผู้นี้เคยถูกญี่ปุ่นบังคับใช้แรงงานสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุเผาตัวตายเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลโซลและโตเกียวกำลังขัดแย้งกันเรื่องนี้พอดี

สืบเนื่องจากเดือนก่อนญี่ปุ่นเผยมาตรการคุมเข้มการส่งออกสารเคมีสำคัญให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของแดนโสมขาวอย่างซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ อ้างว่าจำเป็นต้องทำเพราะไม่ไว้ใจเกาหลีใต้ พร้อมกล่าวหาว่ารัฐบาลโซลนำวัตถุดิบอ่อนไหวจากญี่ปุ่นส่งออกไปอย่างไม่เหมาะสม

คู่กรณีตอบโต้ว่าที่ญี่ปุ่นทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการแก้แค้น ที่ศาลเกาหลีใต้พิพากษาให้บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งที่เคยบังคับชาวเกาหลีใต้เป็นแรงงานต้องจ่ายชดเชยให้เหยื่อ

กรณีนี้ญี่ปุ่นขอให้ตั้งคณะกรรมการ 3 ชาติขึ้นมาไกล่เกลี่ยโดยให้เวลาเกาหลีใต้ถึงเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี (18 ก.ค.) แต่เมื่อรัฐบาลโซลไม่ทำตามคำขอโตเกียวจึงเรียกทูตเกาหลีใต้เข้าพบวานนี้ (19 ก.ค.) เพื่อประท้วงที่โซลปฏิเสธ

ขณะที่คอเบียร์ชาวเกาหลีใต้โกรธจัด พากันบอยคอตเบียร์ญี่ปุ่น

อีมาร์ท เครือไฮเปอร์มาร์เก็ตใหญ่สุดของเกาหลีใต้เผยว่า นักดื่มผู้รักชาติพากันหันหลังให้เบียร์ 4 แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น แล้วไปซื้อยี่ห้ออื่นแทน ส่งผลให้ยอดขายเบียร์อาซาฮี คิริน ซัปโปโร และซันโตรี ร่วงลงเกือบ 25% ช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. เทียบกับช่วงสองสัปดาห์หลังของเดือน มิ.ย.

เจ้าหน้าที่อีมาร์ทรายหนึ่งเผยว่า ไม่เคยเห็นยอดขายร่วงแรงแบบนี้มานานแล้ว สวนทางกับยอดขายเบียร์เกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นราว 7% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ด้านสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการร้านชำเกาหลีใต้ราว 3,700 ราย หยุดสั่งซื้อสินค้าบางชนิดจากญี่ปุ่น

ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงโซลติดป้ายหน้าร้าน “ญี่ปุ่น ประเทศที่ไม่เคยเสียใจกับอดีต ที่นี่ไม่ขายสินค้าญี่ปุ่น”

นายคิม จึง พิล เจ้าของร้านกล่าวว่า สัปดาห์นี้เขาเลิกขายเบียร์และบุหรี่ญี่ปุ่นแล้ว เป็นครั้งแรกที่เขาตอบโต้โดยตรงแบบนี้

“ลูกค้าผมชอบเบียร์อาซาฮีมาก แต่ตอนนี้ผมเลิกขาย ผมยินดีเสียสละเพื่อประเทศชาติ”

ในอินสตาแกรมมีคนแชร์ภาพข้อความ “ไม่ไปญี่ปุ่น ไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่น” โดยคำว่าไม่ (NO) ใช้วงกลมสีแดงแบบธงชาติญี่ปุ่นแทนตัวอักษร O

เว็บไซต์สำหรับนักท่องเที่ยวโสมขาวที่เดินทางไปญี่ปุ่น ที่ผู้ใช้กว่า 1 ล้านคนพากันแชร์เกร็ดท่องเที่ยวระหว่างกัน ประกาศปิดเว็บไม่มีกำหนด เพื่อร่วมต่อต้านเพื่อนบ้านรายนี้

เครือร้านเครื่องเขียน “เคียวโบ ฮอทแทร็กส์” เริ่มติดสัญลักษณ์ธงชาติหรือดอกไม้บอกให้ลูกค้าทราบว่า ปากกาชนิดใดผลิตในประเทศ ส่งผลให้ยอดขายปากกาเกาหลีเพิ่มขึ้น 23% ในสัปดาห์นี้ ส่วนปากกาแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง “เจ็ตสตรีม” ลดลง 10%

ไม่เพียงเท่านั้นความขัดแย้งยังลามมาถึงบล็อกเกอร์ความงาม ริซาเบ ที่คลิปรีวิวสินค้าของเธอมีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคน เจ้าตัวต้องกล่าวขอโทษหลังจากรีวิวเครื่องสำอางญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน จนถูกแฟนคลับวิจารณ์อย่างหนัก

จะว่าไปแล้วทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างเป็นประเทศประชาธิปไตยและเป็นพันธมิตรสหรัฐด้วยกันทั้งคู่ ทั้งยังเผชิญหน้ากับอิทธิพลจีนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงภัยคุกคามจากประเทศนิวเคลียร์เกาหลีเหนือมาเนิ่นนาน

“มุน แจ อิน”ประธานาธิบดีแนวซ้ายพยายามเข้าเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ และย้ำว่าการต่อสู้เพื่อปลดแอกจากญี่ปุ่นเป็นหัวใจสำคัญแห่งอัตลักษณ์สองเกาหลี แต่ผู้สนับสนุนรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นฝ่ายขวาและเป็นพวกลัทธิแก้

“เรามีสองรัฐบาลที่ต่างยินดีให้ความตึงเครียดบานปลายเพื่อพวกเขาจะได้ตอบโต้ตามฐานความเชื่อของตนเอง” นางสาวลินดา ฮาซูนูมา อาจารย์รัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยบริดจ์พอร์ตในสหรัฐ ให้ความเห็น

 หนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นสำรวจความคิดเห็นประชาชนราว 1,000 คน พบว่า 56% สนับสนุนที่รัฐบาลควบคุมสารเคมีผลิตชิพไปยังเกาหลีใต้อย่างเข้มงวด

แต่สำหรับชาวเกาหลีใต้แล้วใช่ว่าทุกคนจะสนับสนุนให้คว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่น

นางแจง ด็อก รี เจ้าของร้านอาหารในกรุงโซล วัย 52 ปี กล่าวว่า ลูกค้าบ่นมากจนเธอต้องเลิกขายเบียร์อาซาฮี

“ลูกค้าคนหนึี่งบอกว่า แค่เห็นเบียร์อาซาฮีก็ปรี๊ดแล้ว” เจ้าของร้านเล่าแล้วก็ได้แต่หวังว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะยุติความเป็นปรปักษ์นี้ได้เสียที เพื่อสองประเทศจะได้มั่งคั่งด้วยกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง