'กอช.'ชงรัฐเพิ่มเงินสมทบเท่าตัวแบกภาระเพิ่มปีละ2.5พันล้าน

'กอช.'ชงรัฐเพิ่มเงินสมทบเท่าตัวแบกภาระเพิ่มปีละ2.5พันล้าน
21 กุมภาพันธ์ 2560
3,953

"กอช." เสนอระดับนโยบายพิจารณาเพิ่มเงินสมทบจากฝั่งรัฐบาลเป็น 2,500 บาท จาก 1,200 บาทต่อคนต่อปี หวังจูงใจยอดสมาชิกกองทุนเพิ่มเป็น 1 ล้านคน

นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการกองทุนเงินออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ได้เสนอระดับนโยบายพิจารณาเพิ่มเงินสมทบฝ่ายรัฐบาลเป็น 2,500 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบัน เพื่อผลักดันให้ยอดสมาชิกกอช.เพิ่มขึ้นในระดับ 1 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบัน

“กอช.ได้เสนอเพิ่มแรงจูงใจในการออมดังกล่าว ให้กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแก้ในกฎกระทรวง จากปัจจุบันที่รัฐบาล จะช่วยสมทบเงินให้แก่สมาชิก ที่ออมเงิน สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อคนต่อปี เป็น 2,500 บาทต่อคนต่อปี โดยภาครัฐมีภาระสูงสุดประมาณปีละ 2.5 พันล้านบาท ทั้งนี้ในปีที่แล้ว รัฐใส่เงินสมทบแล้วประมาณ 200-300 ล้านบาท”

ปัจจุบันเงินที่รัฐบาลสมทบให้แก่สมาชิก ยังขึ้นอยู่กับช่วงอายุของสมาชิกด้วย กล่าวคือ สมาชิกอายุตั้งแต่ 15 ปี จนถึง 30 ปี รัฐบาลสมทบให้ไม่เกิน 50% ของเงินออม แต่สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อคนต่อปี

ส่วนสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี สมทบให้ 80% ของเงินออม แต่สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อคนต่อปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี สมทบให้ 100% ของเงินที่ออม แต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อคนต่อปี

การแก้ไขแรงจูงใจด้านเงินสมทบของรัฐบาลดังกล่าว จะยังคงสัดส่วน เงินสมทบที่เป็นเปอร์เซ็นต์ คือ 50% 80% และ 100% ตามช่วงอายุดังกล่าวไว้ แต่สมาชิกทุกช่วงอายุ สามารถได้รับเงินสมทบสูงสุดที่ 2,500 บาทต่อคนต่อปี กรณีที่มีการออมในอัตราที่สูง เช่น สมาชิก อายุ 15 ปี ออมปีละ 5 พันบาท จากเดิมจะได้เงินสมทบที่ 600 บาท แต่การแก้ไขใหม่ จะได้ถึง 2,500 บาท

ในปัจจุบัน กอช. มีสมาชิก 5.25 แสนราย มีเงินกองทุนรวม 1.96 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกให้เป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้ที่ 1 ล้านคน และเงินกองทุนเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้ กอช.จะร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อให้เป็นหน่วยรับเงินออมเพื่อนำส่งต่อให้แก่ กอช. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มหน่วยรับเงินออมในแต่ละหมู่บ้าน จากปัจจุบันที่ให้ ธกส.,ออมสิน, กรุงไทย และ ธอส. ที่มีสาขารวม 3 พันกว่าสาขา เป็นหน่วยรับเท่านั้น

สำหรับการลงทุนของกองทุนนั้น ในช่วงปีที่แล้ว ได้ลงทุนในตราสารที่มีความมั่นคงสูง คือ พันธบัตรของ ธปท. พันธบัตรของกระทรวงการคลัง และหุ้นกู้ภาคเอกชน โดยได้ผลตอบแทนที่ Mark to market เมื่อสิ้นปีที่แล้วที่ 2% ในปีนี้  กอช.กำลังพิจารณาที่จะนำเงินกองทุนส่วนหนึ่งไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะว่าจ้าง บลจ.มาช่วยบริหารหรือจะบริหารด้วยตัวเอง

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กอช. กล่าวว่า แม้การเพิ่มเงินสมทบของรัฐบาล จะเป็นการเพิ่มภาระภาครัฐ แต่ในระยะยาวแล้ว จะช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐบาลในการดูแลคนสูงอายุที่ปัจจุบันมีภาระงบประมาณราว 6-7 แสนล้านบาทต่อปี หากไม่ทำอะไรในอีก 10-15 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นวิกฤตการคลังของรัฐบาลได้

“ผมอยากให้คนที่อายุน้อยๆ โดยเฉพาะที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เข้าออมใน กอช.ให้มากขึ้น โดยกำลังพิจารณาว่า กรณีที่เด็กเหล่านี้ เป็นสมาชิก กอช.ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำงาน และเมื่อทำงานแล้ว และเป็นสมาชิก กองทุนประกันสังคม หรือ กบข. รัฐจะหยุดส่งเงินสมทบ เพื่อจูงใจให้คนกลุ่มนี้ที่ออมตั้งแต่เด็ก กระทรวงกำลังพิจารณาว่า อาจจะเสนอให้รัฐสมทบต่อเนื่อง แม้ว่าเขาหรือเธอเหล่านั้น เป็นสมาชิกประกันสังคม หรือ กบข.ด้วยก็ตาม อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณ”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง