วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

"อนุชา" เดินหน้าแก้ปัญหา "ลอตเตอรี่" แพง ถกนัดแรก 31 ม.ค.นี้

"อนุชา" เดินหน้า แก้ปัญหา "ลอตเตอรี่" เกินราคา เปิดรับฟังข้อมูลจาก "สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" ก่อนประเดิมประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรก 31 ม.ค. นี้

วานนี้ (25 ม.ค.65) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ  "ลอตเตอรี่" ในราคาที่เกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และนายทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ รองผู้อำนวยการที่กำกับดูแลสำนักการตลาดและจัดจำหน่าย ร่วมหารืออย่างไม่เป็นทางการ และสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของ "สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล"
 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ชี้แจงถึงที่มาของปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาว่า สาเหตุหลักเกิดจากตัวผลิตภัณฑ์สลากเอง และตัวผู้จำหน่าย

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงมาตรการที่สำนักงานฯ ดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น การแก้ไขปัญหาระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย

  1. การขยายจุดจำหน่ายโครงการ “สลาก 80” จำนวน 1,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งปิดรับสมัครไปแล้ว มีตัวแทนจำหน่ายสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,790 ราย
  2. การเปิดรับสมัครลงทะเบียนในระบบซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ  "ลอตเตอรี่" ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 31 มกราคม 2565 ขณะนี้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 800,000 ราย
  3. การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์
  4. การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคาดว่า ทั้ง 4 มาตรการประกอบกันนี้ จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของการจำหน่ายสลาก  หรือ  "ลอตเตอรี่" เกินราคาลงได้

นายอนุชา นาคาศัย กล่าวว่า ในเบื้องต้น จากมาตรการที่ได้รับทราบจากผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะนำไปประกอบการประชุมคณะกรรมการ ในวันที่ 31 มกราคม 2565 นี้  

นอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้ว ขอให้ "สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อมูลการจำหน่ายสลากขององค์กรสลากต่างประเทศ รวมถึงปัญหาและข้อร้องเรียนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การหาทางออกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ต่อไป