ลพบุรี เร่งหา รพ.สนามเพิ่ม หลังยอดติดเชื้อพุ่งสูงต่อเนื่อง ขณะที่ คกก.ควบคุมโรค เห็นชอบขยายเวลาปิดบริษัท บี.ฟู้ดส์ฯ และกำหนดมาตรการ Home Isolation จัดตั้ง "ศูนย์พักคอย" เพื่อควบคุมการกระจายโรคในพื้นที่
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 64 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 26/2564 โดยมีวาระพิจารณาเรื่องสำคัญในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดลพบุรี ที่มีผู้ป่วยและผู้เสี่ยงสูงในกลุ่มโรงงานบีฟู้ด อ.พัฒนานิคม สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้อยู่วงแคบ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ได้พิจารณาให้ปิดบริษัท บี.ฟู้ดส โปรดักส์ อินเตอร์เนชั่นเนล ต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนด จากเดิมที่มีคำสั่งที่ 3322/2564 ปิดบริษัท บี.ฟู้ดส์ฯ เป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค. 64 โดยให้บริษัทไปปรับมาตรการควบคุมโรคให้ครอบคลุมในทุกเรื่อง ทั้งด้านมาตรการควบคุมอาคารสถานที่และมาตรการด้านพนักงาน และให้นำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติเมื่อพร้อมจะเปิดดำเนินการโดยมีมาตรการที่รัดกุม
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ จังหวัดลพบุรีเห็นชอบให้ปิดสถานประกอบการเพิ่มอีก 1 แห่ง คือ ร้านขนมเปี้ยะกฤษรา อ.เมืองลพบุรี ซึ่งเกิดการติดเชื้อในกลุ่มพนักงานในร้าน จำนวน 10 คน จากพนักงานทั้งหมด 33 คน เพื่อป้องกันไม่ให้การเกิดโรคขยายวงกว้าง โดยจะปิดตั้งแต่วันที่ 9-22 ก.ค. 64
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอำเภอได้มีมาตรการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยจัดมอบเครื่องอุปโภคที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่กักตัวในพื้นที่ โดยวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อฯ ได้เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ติดเชื้อ ประชาชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นศูนย์ที่ตั้งอยู่ที่อำเภอเพื่อประสานงานและดำเนินการควบคุมโรคในพื้นที่ รวมทั้งกำหนดมาตรการให้คนป่วยที่มีอาการน้อยกักตัวและรักษาตัวในบ้าน (Home Isolation) และจัดตั้ง “ศูนย์พักคอย” หรือ Community Isolation ขึ้นในพื้นที่ เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน โดย อสม.ในพื้นที่จะเข้าไปดูแลทั้งผู้เสี่ยงสูงและผู้ป่วยในชุมชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว
สำหรับบริษัท บีฟู้ดส์ฯ ที่มีคำสั่งปิดต่อเนื่องได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด จัดหางานจังหวัด และนายอำเภอ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการคุมเข้มไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายพนักงานทั้งชาวไทยและแรงงานต่างด้าวออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยให้ทางอำเภอทำหนังสือแจ้งให้ผู้ที่ถูกกักตัวทราบด้วยว่าเป็นผู้อยู่ระหว่างการกักตัว โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถควบคุมโรคในพื้นที่ได้โดยเร็ว เนื่องจากมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายของคนในพื้นที่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะหยุดการกระจายโรคได้
สำหรับพื้นที่อำเภอพัฒนานิคมซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานบีฟู้ดส์ และมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก และยอดยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมียอดสะสมอยู่ที่ 477 ราย และมีการคัดแยกนำผู้ติดเชื้อและผู้มีความเสี่ยงสูงไปกักตัวตามสถานที่ต่าวๆ เช่น ที่ป่าสักฮิว เป็นโรงพยาบาลสนาม ขณะนี้มีผู้อยู่ที่ประมาณ100 คน ต้นปาล์มอิน เป็นสถานที่กักตัวมีอยู่จำนวน 100 คน และในพื้นที่โรงงานบีฟู้ดส์ซึ่งภายในมีหอพักได้มีการกักตัวอยู่จำนวน 88 คน อาคารอเนกประสงค์ตำบลโคกสลุงประมาณ 19 คน





