รีบาวด์ (18 พ.ค.64)

รีบาวด์ (18 พ.ค.64)

เก็งกำไร RS JKN AUCT

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ รีบาวด์ แนวรับ 1536 / 1530 จุด แนวต้าน 1565 / 1570 จุด แนะนำ เก็งกำไร RS JKN AUCT ทางเทคนิคยังไม่เกิดสัญญาณซื้อ จนกว่าดัชนีฯ ยืนเหนือ 1565 จุด ทั้งนี้ ความเสี่ยงขาลงเริ่มมีจำกัดเห็นได้จากดัชนีฯ สามารถปิดที่ใกล้ระดับสูงสุดของวันได้ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม แม้ดัชนีฯ จะร่วงลงแรงระหว่างวัน ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ 1. รายงาน 1Q21E GDP ครั้งที่สองของ EU (คาด -0.6% QoQ, -1.8% YoY Vs 4Q20 -0.7% QoQ, -4.9% YoY) และรายละเอียดผลประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียที่ผ่านมา 2. รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ หลังวานนี้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 9,635 ราย 3. ผลประชุมครม. วันนี้ จับตาท่าทีต่อการช่วยเหลือการปรับโครงสร้างหนี้ของ THAI (เจ้าหนี้ประชุมโหวตรับแผนวันพรุ่งนี้) 4. การร่วงลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจีนรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และอินเดียประสบปัญหา COVID-19

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม

        - 1Q21 GDP ของญี่ปุ่น รายงานเช้านี้ เติบโตลดลงเป็น -1.3% QoQ (Vs คาด-1.2% QoQ และ 4Q20 +2.8% QoQ)

        - รองประธานเฟด Clarida เชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดยังคงไม่เหมาะสมใน ช่วงนี้ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่มีสัญญาณเศรษฐกิจที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

        - สภาพัฒน์ปรับลดเป้าหมายเติบโต 2021E GDP ไทย เป็น 2% (Vs เดิม 3%) แม้ 1Q21 GDP เติบโตดีกว่าคาดการณ์เล็กน้อย

        - กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ถูกขายทำกำไร หลังจากทางการจีนทยอยถอนนโยบายเชิง ผ่อนคลาย เริ่มส่งผลกระทบต่อตัวเลขค้าปลีกและผลผลิตอุตสาหกรรมเริ่มชะลอลง และประเทศอินเดียประสบปัญหา COVID-19

        - ครม. ประชุมวันนี้ จับตาประเด็นการปรับหนี้ของ THAI

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

EU-1Q21E GDP Growth ครั้งที่สอง คาด -0.6% QoQ, -1.8% YoY (Vs 4Q20 -0.7% QoQ, -4.9% YoY) / USA-Housing Starts เดือน เม.ย. คาด -2.8% MoM (Vs เดือน มี.ค. +19.4% MoM), Building Permits เดือน เม.ย. คาด -0.9% MoM (Vs เดือน มี.ค. +2.7% MoM) / Australia-รายงานการประชุมธนาคารกลางที่ผ่านมา / Earnings-Walmart, Home Depot

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยฟื้นมาปิดลบเล็กน้อย: ตลาดหุ้นไทยร่วงไปต่ำสุดในช่วงเปิดตลาดที่ 1529.69 จุด -19.79 จุด ก่อนมีแรงซื้อเข้ามาสนับสนุนและทำให้ดัชนีฯ ขึ้นมาปิดตลาดที่ 1549.16 จุด -0.32 จุด วอลุ่ม 9.85 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +4.3% บรรจุภัณฑ์ +3.4% และนำลงโดยกลุ่มเหล็ก -8.9% วัสดุก่อสร้าง -2.95% หุ้นบวก >4% SIRI XPG CBG SCGP DELTA WORK CKP MEGA KGI THAI RS XO AS CK PROS IT MDX TH AEC AUCT JKN หุ้นลบ >4% TTA DOHOME VPO PRAPAT INOX TM SAM KTIS CCET FNS DDD BROOK AIE MILL TSTH BSBM

- ตลาดหุ้นโลกกลับมาปิดลบ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปิดลบ จากแรงขายหุ้นกลุ่ม Growth Stocks นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี เพราะวิตกเงินเฟ้อพุ่ง ส่งผลให้เฟดหันมาใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน DJ -0.16% (-54.34 จุด) S&P500 -0.25% Nasdaq -0.38% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ DAX -0.13% CAC40 -0.28% FTSE -0.15% วิตกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว หลังจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

+ ราคาน้ำมันดิบและทองคำปิดบวกต่อเนื่อง: ราคาน้ำมันดิบปิดบวกรับข่าว UK กลับมาใช้นโยบายเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากล็อกดาวน์ไป 4 เดือน ขณะที่ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เช่นกัน WTI +USD0.90 ปิดที่ USD66.27/บาร์เรล Brent +USD0.75 ปิดที่ USD69.46/บาร์เรล ส่วนราคาทองคำปิดขึ้นต่อเนื่อง +USD29.50 ปิดที่ USD1,867.60/ออนซ์ หลังจากค่าเงิน USD กลับมาอ่อนค่า เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ประเด็นสำคัญ

 - 2021E GDP ไทย: สภาพัฒน์ปรับลดเป้าหมายเติบโตปีนี้เป็น 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2%) จากเดิม 2.5-3.5% (ค่ากลาง 3%) โดยปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 5 แสนคน จากเดิม 3.2 ล้านคน

- สินค้าโภคภัณฑ์: กลุ่มปาล์มน้ำมันร่วง -6% เป็น RM4233/ตัน ราคาถั่วเหลืองปรับลดลง -5% จากระดับสูงสุดที่ทำไว้เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ USD16.6/บุชเชล และดัชนีค่าระวางเรือ Baltic Dry Index ร่วงต่อเป็นวันที่สี่อีก -2.8% เป็น 2856 ต่ำสุดตั้งแต่ วันที่ 26 เม.ย. โดยลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ จากแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนตัวลง

- COVID-19: สธ. รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันจันทร์ที่ 17 พ.ค. +9,635 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ผู้ติดเชื้อทั่วไป +2,782 ราย และติดเชื้อในเรือนจา +6,853 ราย)

- Taiwan: ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในไต้หวันที่พุ่งขึ้นกว่า 400 คน ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไต้หวันร่วง -8.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลจากการยกระดับการควบคุมโรคระบาดในกรุงไทเปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

- Singapore/HK: เลื่อนทา Travel Bubble (การเดินทางระหว่างประเทศได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว) ออกไปจากกำหนดการในวันที่ 26 พ.ค.

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: AH DOHOME KCE

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: RS JKN AUCT

Derivatives: ถือสถานะ Short S50M21 รอทำกำไรตามเป้า (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)