เจาะ 4 กลุ่มการเมือง 'คลองเตย' โหนกระแสโควิด 'ชิงคะแนน'

เจาะ 4 กลุ่มการเมือง 'คลองเตย' โหนกระแสโควิด 'ชิงคะแนน'

มีบางชุมชนที่ได้รับโควตา ได้รับการดูแล มีการแจกบัตรคิวกันอย่างทั่วถึงให้กับประชาชนในชุมชนของตัวเอง สาเหตุเป็นเพราะว่า ประธานชุมชนบางคนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับทางผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานเขต

จากกรณี กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยข้อมูลที่มีชาวบ้านในชุมชนคลองเตย ร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมในการแจกบัตรคิวตรวจหาเชื้อ และฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหวังผลการเมืองของคนบางกลุ่ม

ชุมชนคลองเตยมีทั้งหมด 39 ชุมชน จำนวนประชากรกว่า 8 หมื่นคน ชุมชนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท 1.ชุมชนแออัด 21 ชุมชน ชุมชนเมือง 10 ชุมชน เคหะชุมชน 5 ชุมชน ชุมชนอาคารสูง 2 ชุมชน และชุมชนหมู่บ้านจัดสรรอีก 1 ชุมชน ซึ่งล่าสุดหน่วยงานรัฐ ได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับชาวชุมชนคลองเตย เพื่อลดความเสี่ยง พร้อมกับมีมาตรการในการค้นหาเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงให้เร็วที่สุด

ความแออัดภายในชุมชนเป็นสถานที่เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ ชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่มีความต้องการที่จะฉีดวัคซีนโควิด 19 ด้วยกันแทบทั้งสิ้น แต่เมื่อวัคซีนที่ทางกรุงเทพมหานคร จัดสรรลงไปนั้นมีจำนวนไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรในชุมชนทั้งหมดปัญหา การเข้าไม่ถึงวัคซีน ที่ถูกตั้งคำถามว่า พิจารณาจัดสรรให้กับใคร และภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง

ชาวบ้านรายหนึ่งในชุมชนที่อยู่ในประเภท ชุมชนแออัด มีผู้พักอาศัยภายในชุมชนราว 3,000 คนยอมรับว่า ปัญหาเรื่องจัดสรรบัตรคิวเป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้ชุมชนของตัวเองไม่เคยได้รับอะไรเลย แม้กระทั่งโควตาในการรับบัตรคิวเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 จนกระทั่งได้ร้องเรียนกับ ส.ส.ในพื้นที่ (ส.ส.กรณิศ) ทำให้วันนี้ได้รับโควตาบัตรคิวสำหรับตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 150 ใบ และบัตรคิวสำหรับการเข้ารับวัคซีนอีก 100 ใบ

ก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนปัญหาผ่านทางสำนักงานเขตคลองเตย แต่ไม่ได้รับความสนใจ แต่ในความเป็นจริงกลายเป็นว่า มีบางชุมชนที่ได้รับโควตา ได้รับการดูแล มีการแจกบัตรคิวกันอย่างทั่วถึงให้กับประชาชนในชุมชนของตัวเอง สาเหตุเป็นเพราะว่า ประธานชุมชนบางคนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับทางผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานเขต และมีเส้นสายอิทธิพลทางการเมืองระดับคนใกล้ชิดของ กทม.

เรื่องนี้หากเจาะให้ลึกลงไป เพราะคลองเตยเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ราวๆ 8 หมื่นถึง 1 แสนคน แน่นอนว่าถ้าแปรมาเป็นคะแนนเสียงเลือกตั้ง ก็น่าจะทำให้คนที่ชาวคลองเตยเลือก ได้เป็น ส.ส. ส.ก. (สมาชิกสภา กทม.) กันเลยทีเดียว

พื้นที่นี้จึงอุดมไปด้วย “คนการเมือง” ทั้งที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเอง ทั้งเด็กของนักการเมืองใหญ่ ประธานชุมชนแต่ละชุมชนในคลองเตย และชาวบ้านในพื้นที่รู้กันดีว่าใครเป็นเส้นสายใคร เป็นเด็กของนักการเมืองระดับไหน ในชุมชนคลองเตยมีกลุ่มการเมืองกลุ่มไหนเข้าไปขับเคลื่อนทำงานอยู่บ้าง พบว่ามีอยู่ 3-4 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน

กลุ่มแรก เป็นฐานการเมืองของ ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันก็คือ ส.ส.กรณิศ จากพรรคพลังประชารัฐ จากการสอบถามชาวชุมชนคลองเตย ส่วนใหญ่ก็ชื่นชอบ ส.ส.กรณิศ เพราะเป็นปากเป็นเสียงให้พวกตน ถือว่าคะแนนดี ได้รับความนิยมสูง

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มของที่ปรึกษาคนใกล้ชิดระดับผู้ใหญ่ในกทม. คือ นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศไว้ว่าจะลงสมัคร ส.ก.คลองเตย ด้วยความที่เป็นคนคลุกคลีในพื้นที่มาก่อนอย่างยาวนาน

กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มของ นายสมเกียรติ สิริสถาพรกุล ที่สนใจจะลงสมัคร ส.ก.คลองเตย ด้วยเช่นกัน เดิมเคยเป็นประธานสภาเขตคลองเตย (ส.ข.) โดยนายสมเกียรติ ถือเป็นคนในสายอง คุณหญิงสุดารัตน์​ เกยุราพันธุ์ ที่เพิ่งลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาตั้งพรรคเอง คือ พรรคไทยสร้างไทย ทั้งยังมีข่าวเตรียมส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ ส.ก. ส.ข. ด้วย

กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มของ “คนโตคลองเตย” ที่คุมตลาดและพื้นที่เศรษฐกิจ มีลูกน้องมาก เครือข่ายของคนโตรายนี้ โยงกับกลุ่มการเมืองสีเสื้อ และมีทีมงานลงลึกไปถึงระดับประธานชุมชน โดยมี “เจ๊” ผู้กว้างขวางคนหนึ่งคอยเชื่อมประสาน

สำหรับในช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้ชาวชุมชนคลองเตยได้เห็นว่า ใครทำงานอย่างไร และช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้อาจไม่ได้รับรู้ชัดเจน กระทั่งถึงช่วงนาทีแห่งความเป็นความตาย เพราะโรคระบาดร้ายแรงมาเยือน ทำให้ได้เห็นว่าใครที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ไม่เลือกฝ่าย แต่เลือกที่จะช่วยกลุ่มเสี่ยงผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าก่อน