“พาณิชย์”ผวาผลไม้เพื่อนบ้าน เข้าไทยหวังสวมสิทธิส่งไปจีน

“พาณิชย์”ผวาผลไม้เพื่อนบ้าน   เข้าไทยหวังสวมสิทธิส่งไปจีน

กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการสวมสิทธิและลงโทษผู้ส่งออกที่นำเข้าผลไม้ โดยเฉพาะส้มโอจากประเทศเพื่อนบ้านมาแอบอ้างเป็นส้มโอไทยแล้วส่งออกไปประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของส้มโอไทย

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตรว่ามีการนำเข้าส้มโอจากประเทศเพื่อนบ้าน มาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ (Repacking)สวมสิทธิเป็นส้มโอไทยและส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าForm Eเพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ซึ่งการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า โดยใช้ไทยเป็นฐานการปลอมแปลงถิ่นกำเนิด ส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของส้มโอไทย

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ไทยเป็นฐานการสวมสิทธิสินค้า กรมฯ ได้ดำเนินการเพิ่มสินค้าส้มโอในบัญชีรายการสินค้าเฝ้าระวัง (Watch-List)ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนในการพิจารณาออกหนังสือรับรองฯ เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น สำหรับประเภทสินค้าส้มโอที่ถูกสวมสิทธินั้น ประกอบด้วย ส้มโอสดหรือแห้ง (FRESH OR DRIED POMELO)พิกัดศุลกากร 0805.40 ซึ่งกรมฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองฯ ทุกประเภท สำหรับสินค้าส้มโอดังกล่าว โดยให้ผู้ยื่นขอหนังสือรับรองฯ ต้องระบุข้อความยืนยันแหล่งที่มาของส้มโอในประเทศที่ขอรับหนังสือรับรองฯ เพิ่มเติมลงในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร (สินค้าพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01-24) ตั้งแต่วันที่ 15มี.ค. 2564 เป็นต้นไป

161633039018

ทั้งนี้ การดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองฯ ดังกล่าว เป็นการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันการสวมสิทธิและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าผลไม้ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับความเชื่อถือและความมั่นใจจากประเทศคู่ค้าว่า ผลไม้ที่ส่งออกจากไทยเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดไทยจริง อีกทั้งยังช่วยรักษาความเชื่อมั่นในมาตรฐานภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผลไม้ไทยในตลาดโลกอีกด้วย ซึ่งในกรณีที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องส้มโอ กรมฯ ได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับสถิติการส่งออกส้มโอสดและแห้งของไทย ปี 2563 ปริมาณรวม 20,288.10 ตัน มูลค่า 669.67 ล้านบาทปริมาณลดลง15.19 %แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 30.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่ส่งออกปริมาณรวม 23,922.49 ตัน มูลค่า 513.30 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน 46.90% ฮ่องกง 22.81% และลาว 12.83% ตามลำดับ

นอกจากนี้ คต. กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์การสวมสิทธิผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีนในภาพรวม และอาจมีการยกระดับกำหนดมาตรการเข้มงวดขึ้น เพื่อป้องปรามการส่งออกในลักษณะแอบอ้างดังกล่าว ในระยะต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า การใช้แหล่งกำเนิดสินค้าปลอมหรือการสวมสิทธินั้น อาจเป็นสาเหตุให้ถูกประเทศปลายทางลงโทษด้วยมาตรการตอบโต้ทางการค้าหากพบว่ามีการส่งออกในปริมาณที่สูงมากจนผิดสังเกต ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อภาคการผลิตในประเทศได้จึงต้องเร่งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา