วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐเพิ่มร่วมมือพันธมิตรสกัด'จีน'แผ่อิทธิพล

สหรัฐเพิ่มร่วมมือพันธมิตรสกัด'จีน'แผ่อิทธิพล โดยสหรัฐต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐยุคประธานาธิบดีไบเดน ให้ความสำคัญอย่างมากกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งเพื่อคานอำนาจจีนและส่งเสริมความร่วมมือกับภูมิภาคนี้

ขณะนี้ทั้ง“ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” “แอนโธนี บลิงเคน” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และ"ลอยด์ ออสติน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ต่างเร่งทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจแก่บรรดาประเทศพันธมิตรว่า สหรัฐกลับมาแล้วและต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐยุคประธานาธิบดีไบเดน ให้ความสำคัญอย่างมากกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งเพื่อคานอำนาจจีน และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไบเดน ของสหรัฐ ได้ร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มคว็อดร่วมกับบรรดาผู้นำรัฐบาลอีก 3 ประเทศคือนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย, นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ของญี่ปุ่น และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียในประเด็นปัญหาต่างๆ ทั้งภัยคุกคามของโรคโควิด-19 ไปจนถึงเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน และวิกฤตการณ์ด้านภูมิอากาศ

ผู้นำทั้ง 4 ประเทศต่างออกแถลงการณ์ร่วมเพิ่มความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ในระดับที่เข้มข้นขึ้น ทั้งยังเห็นพ้องร่วมกันเกี่ยวกับแผนการริเริ่มใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น แผนการริเริ่มหุ้นส่วนวัคซีนกลุ่มคว็อด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแบบร่วมมือประสานงานกันเพื่อต้านทานนโยบาย “การทูตวัคซีน”ของจีน ภายใต้แผนการนี้ ทั้ง 4 ประเทศจะขยายความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 1,000 ล้านโดสให้แก่ชาติต่างๆ ในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม การประชุมซัมมิตทางออนไลน์ครั้งประวัติศาสตร์ที่กินเวลานานประมาณ 90 นาทีนี้ บรรดาผู้นำมหาอำนาจทั้ง 4 หลบเลี่ยงที่จะเอ่ยตรงๆ ถึงจีน

คณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐ ภายใต้การนำของไบเดนยังเชื่อว่า ความพยายามในการฟื้นเศรษฐกิจและต่อสู้กับโควิด-19 ทำให้สหรัฐมีสถานะแข็งแกร่งขึ้นและสามารถโจมตีความทะเยอทะยานของจีนโดยตรงได้ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันนี้

นอกจากการประชุมซัมมิตกลุ่มคว็อดแล้ว เมื่อวันที่ 16 มี.ค.บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น ในการประชุมที่เรียกว่า"สอง บวก สอง” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากหารือเสร็จสิ้นแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่า จีนพยายามใช้กำลังและความก้าวร้าว เพื่อทำลายอธิปไตยในฮ่องกง ทำลายกระบวนการประชาธิปไตยในไต้หวัน ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ซินเจียงและธิเบต และกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นภัยคุกคามต่อการเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น ซึ่ง สหรัฐจะดำเนินการตอบโต้จีนหากว่าจำเป็น

ด้าน“โมเตกิ โตชิมิสึ” รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ยอมรับว่ายุทธศาสตร์ในด้านของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิงในเวลานี้ ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐต้องร่วมมือกันมากขึ้น และหลังการประชุมแบบสอง บวก สองแล้ว โยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้หารือกับบลิงเคน และออสติน โดยผู้นำญี่ปุ่นบอกว่า เขาจะเดินทางไปเยือนสหรัฐในเดือนหน้า และพบปะหารือกับ ประธานาธิบดีไบเดน โดยซูกะ จะเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่เดินทางเยือนสหรัฐนับตั้งแต่ไบเดน เข้าบริหารประเทศเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากจะกล่าวถึงภัยคุกคามจากจีนแล้ว บลิงเคน ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการมาเยือนญี่ป่นในครั้งนี้ว่าเพื่อตอกย้ำความเป็นพันธมิตร ซึ่งเป็นพื้นฐานของสันติภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์อันมีรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

บลิงเคน ยังกล่าวถึงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า สะท้อนถึงความสำคัญของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของสินค้าสำคัญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ ยา และสินค้าจำพวกเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยเหตุนี้ นานาประเทศจึงควรยกระดับความร่วมมือ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเหล่านี้ในอนาคต

นอกจากนี้ บลิงเคน ยังกล่าวถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือกับรัฐบาลโตเกียว ในประเด็นเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เมียนมา และสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ โดยกล่าวถึงการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดน และญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นร่วมกันในประเด็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม

ด้าน "โนบุโอะ คิชิ" รมว.กลาโหมของญี่ปุ่นซึ่งหารือกับรมว.กลาโหมของสหรัฐ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างกัน ที่รวมถึงการร่วมกันกำหนดเป้าหมายอันชัดเจน เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการเผชิญหน้า และตอบสนองต่อปัญหาความท้าทายจากการเคลื่อนไหวของรัฐบาลปักกิ่ง ในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้

ส่วนประเด็นอื่นๆที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดด้านการต่างประเทศและกลาโหมของสหรัฐและญี่ปุ่นหารือกัน มีปัญหาสิ่งแวดล้อม และการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่บลิงเคนและออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอยู่ระหว่างการเยือนภูมิภาคเอเชียเพื่อพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้น สำนักข่าวเกียวโด รายงานโดยอ้างสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐประเมินว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมทดสอบอาวุธครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีไบเดน เข้ารับตำแหน่งในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่หลายรายกำลังเฝ้าระวังเรื่องนี้ ขณะที่สหรัฐและเกาหลีใต้ทำการซ้อมรบร่วมกัน