"พล.อ.ประยุทธ์" ท่องกลอน "ห่วงศึกใน คนไทยข่มเหง" หลังถูกติงไม่ช่วยประชาชน

"พล.อ.ประยุทธ์"  ท่องกลอน "ห่วงศึกใน คนไทยข่มเหง"  หลังถูกติงไม่ช่วยประชาชน

นายกฯ​แจงฝ่ายค้าน ปมใช้งบไม่ถูกจุด พร้อมยกภาระหนี้ 2หมื่นล้าน ชดใช้หนี้ จำนำข้าว -บ้านเอื้ออาทร

        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ซึ่งพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล  ในประเด็นข้อกล่าวหาของส.ส.พรรคฝ่ายค้านต่อกรณีปัญหาเศรษฐกิจและการใช้จ่ายงบประมาณที่มีปัญหาและไม่ช่วยเหลือประชาชนเพราะพบการนำงบเพื่อซื้ออาวุธของกองทัพว่า การใช้งบประมาณต้องแยกส่วนกัน สำหรับการใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และ งบเพื่อความมั่นคง ยอมรับว่าแต่ละปีรัฐบาลตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้หนี้ปีละ 2หมื่นล้านบาท และต้องตั้งเพื่อชดใช้ถึง 12 ปี ซึ่งไม่ได้นำไปทำอะไร และตนเสียดาย นั่นคือ งบประมาณเพื่อชดใช้โครงการจำนำข้าว โดยที่ผ่านมารัฐบาลต้องชดใช้เป็นเงิน 7แสนล้านบาท โดยเดือนธันวาคมที่ผ่านมาสามารถผ่อนชำระแล้ว ทำให้เหลือยอดหนี้คงค้าง 2.8 แสนล้านบาท และยังไม่รวมดอกเบี้ยอีกปีละ 800 ล้านบาท  นอกจากนั้นยังมีภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร ที่พบการทิ้งหนี้สินให้มากถึง 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติต้องแบกรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น กว่า 1หมื่นล้านบาท และยังไม่รวมหนี้เน่า ภาระดอกเบี้ยเงินกู้ รวมถีงค่าใช้จ่ายดูแลบ้านที่ขายไม่ได้,  ค่าส่วนกลาง , ค่าซ่อมแซม เป็นต้น
 
        พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงด้วยว่า สำหรับจำนวนหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้น ถือว่าจำเป็นอย่างไรก็ดีอย่าทำให้เข้าใจว่าประชาชนทุกคนต้องแบกหนี้ร่วมกัน เพราะจะสร้างความยุ่งยาก และเกิดปัญหา ทั้งนี้รัฐบาลไม่ต้องการขึ้นภาษี หรือรีดภาษี ทั้งนี้กรณีที่ฝ่ายค้าน ใช้การอภิปรายแบบเดิมๆ ไม่เกิดสิ่งใหม่ ซึ่งตนพร้อมฟังคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ผิดหลักการ ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งตนตนระมัดระวังอย่างเต็มที่  
       
        พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงต่อประเด็นการแก้ปัญหาผลกระทบของประชาชนจากการระะบาดของโควิด-19 ด้วยว่า ตามที่เรียกร้องมาตรการให้คนกลุ่มต่างๆ ต้องคิดให้ละเอียด แม้จะไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ต้องแก้ปัญหาโดยให้ทุกคนดำรงชีวิตอยู่ได้ สำหรับโครงการคนละครึ่งนั้น เพื่อต้องการต่อยอด เงินหมุนเวียนสู่ฐานราก  ทั้งนี้ยอมรับว่าประเทศไทยเจริญเติบโตอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ คือ ทางด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร ถนน สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่รายได้ยังต่างกัน ดังนั้นต้องส่งเสริมการลงทุน
        "ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว โดยรอบแรกช่วย 41.24ล้านคน และรอบสอง ช่วยอีก 40.37 ล้านคน  ทั้งนี้การใช้งบประมาณนั้นมีแนวทางการใช้จ่ายตามกฎหมาย ส่วนใครแพ้ ใครชนะะ ผมไม่รู้ ไม่ใช่ว่าผมชนะ เพราะได้อยู่ในอำนาจ พูดเหลือเกินว่าอำนาจ  ทำไมไม่อยู่กันด้วยความเข้าใจ  อ้างว่ารักประชาชน ดังนั้นต้องช่วยกันดูแล หากรรัฐบาลไม่ช่วย คงไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องแจก ที่ผ่านมารัฐบาลถือว่าบริหารได้ดี ได้รับคำชมจากต่างประเทศ ผมพยายามทำแต่ยังติติงกันเอง อย่างไรก็ดีผมบังคับใครไม่ได้ แต่ต้องการให้อยู่ด้วยความเข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง 
        นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงต่อประเด็นวัคซีนโควิด-19 ด้วยว่า รัฐบาลเตรียมเงินสำหรับวัตซีนไว้แล้ว และคำนวณว่ามีเพียงพอ ทั้งนี้การส่งมอบวัคซี อยู่ระหว่างดำเนินการ และรัฐบาลได้เร่งรัด อย่างไรก็ดีตนต้องการให้วัคซีนปลอดภัย หากไม่ปลอดภัยไม่อยากฉีด สำหรับส.ส.ที่ไม่อยากฉีดของให้ส่งชื่อ หากไม่ฉีดขอให้สวมหน้ากาก และเว้นระยะห่างทางสังคม ส่วนการชุมนุมที่หนาแน่น อย่าให้การระบาดเกิดขึ้นอีก 
 
       "การตัดสินใจรัฐบาลรอบคอบ ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง สุจริตโปร่งใส ตามหลักการที่ถูกต้อง ใครไม่ชอบผมไม่เป็นไร ไม่ควรไม่ชอบประเทศ  ไม่ว่าเป็นประชาธิปไตยเป็นแบบไหนก็ตาม ผมไม่ห่วงศึกนอก ศึกไกล หวั่นศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยฆ่ากันเอง เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” นายกรัฐมนตรี ชี้แจง.