background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

‘ACT'จี้ตื่นตัวเร่งแก้คอร์รัปชั่น ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

‘ACT'จี้ตื่นตัวเร่งแก้คอร์รัปชั่น  ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index) หรือ “CPI” ปี 2563 ที่ องค์กรโปร่งใสนานาชาติ ประกาศผลคะแนนและการจัดอันดับ ปรากฎว่าประเทศไทยได้ 36 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อันดับโลกอยู่อันดับที่ 104 จาก 180 ประเทศทั่วโลก

อันดับความโปร่งใสของไทยปรับตัวลดลงจากปี 2562 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 101 ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคะแนน CPI ของไทยอยู่ในอันดับที่ 19 จากทั้งหมด 31 ประเทศ และหากดูในภูมิภาคอาเซียนเราอยู่ในอันดับ 5 จากทั้งหมด 10 ประเทศ  

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แก้ไขและมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นหน่วยงานหลักในการดูแล

นายมานะ นิมิตรมงคลเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ "ACT" เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าดัชนี CPI ของไทยที่ปรับลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 104 จากการจัดอันดับ 180 ประเทศทั่วโลกเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสนใจและตระหนักในการแก้ปัญหานี้ร่วมกันเพราะถือว่าเป็นอันดับคะแนนที่ย่ำแย่ที่สุดตั้แต่เคยมีการจัดอันดับมา และถึงแม้ว่าคะแนน CPI ของไทยจะอยู่ที่ 36 คะแนนซึ่งใกล้เคียงกับหลายปีที่เราทำได้ทุกปีคือ 35 - 38 คะแนน ต้องถือว่าเรายังแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ไม่ดีนักเพราะเมื่อเราได้คะแนนในระดับเดิมแต่อันดับลดต่ำลงแสดงว่าประเทศอื่นๆในระดับเดียวกันทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมส่งผลไม่ดีต่อภาพลักษณ์การแก้ปัญหาทุจริตในประเทศ 

161303372785

สาเหตุที่ CPI ของไทยอันดับแย่ลงเนื่องจากคะแนนการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันที่วัดโดย International Institute of Management Development (IMD) แม้อันดับโดยรวมของไทยในดัชนีนี้จะปรับเพิ่มขึ้นแต่คะแนนในเรื่องของภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยปรับลดลง 

ขณะที่ในรายงานของ World Economic Forum (WEF) ระบุว่าที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมาย พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการแล้วแต่การนำไปสู่การปฏิบัติยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมมากนัก ซึ่งในส่วนนี้ในมุมมองที่ต่างชาติมองเข้ามายังเห็นว่าประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย หรือการนำเอากฎเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงไปสู่การอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนของภาคธุรกิจยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน 

นอกจากนั้นสิ่งที่ภาคเอกชนสะท้อนว่ายังเป็นปัญหา คือ การปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่มีความล้าสมัยซึ่งต้องทำในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายหรือ  “Regulatory Guillotine” ยังคงต้องทำต่อเนื่องเพราะการมีกฎหมายที่มากเกินความจำเป็นจะเป็นต้นทุนกับธุรกิจและภาคประชาชนและนำไปสู่การทุจริตและรับสินบนได้ 

161303379854

“จริงอยู่ที่คะแนน CPI เป็นการประเมินจากมุมมองภายนอก แต่ก็มีการเชื่อมโยงจากการประเมินในส่วนของ IMD และ WEF ซึ่งหากคะแนนในส่วนนี้ไม่ดีนักลงทุน นักธุรกิจที่มองเข้ามาไทยก็อาจเกิดความไม่แน่ใจในการเข้ามาลงทุน การที่อันดับ CPI เราต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์แบบนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจ ทุกอย่างต้องทำให้โปร่งใส ให้ภาคธุรกิจเห็นว่าต้นทุนที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่ปล่อยให้มีต้นทุนแฝงซึ่งจะกระทบต่อความมั่นใจของภาคธุรกิจที่จะลงทุนในไทย”นายมานะกล่าว 

ส่วนของคดีและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่นได้มีการติดตามเนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่กระทบต่อความรู้สึกและการใช้ชีวิตของประชาชน และเป็น 3 เรื่องที่องค์กรระหว่างประเทศกำลังจับตาอยู่เช่นกัน ได้แก่ 1.คดีบอส อยู่วิทยา 2.เรื่องการขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 หรือเทอร์มินัล 1 ด้านทิศเหนือ (North Expansion) ในสนามบินสุวรรณภูมิ หรือที่เรียกกันว่า เทอร์มินัล 2 ตัดแปะ แทนการขยายด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก 

3.การต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวและข้อพิพาทเรื่องการประมูลรถไฟฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ภาคประชาชนรวมทั้งต่างชาติมองเห็นว่าเป็นเรื่องของการเอื้อประโยชน์ในกลุ่มผู้มีอำนาจ เครือข่ายพวกพ้อง รวมทั้งมีการต่อรองทางการเมืองจนกระทบต่อส่วนรวมในที่สุดก็สะท้อนมาที่ภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทยที่ตกต่ำลงในสายตาของต่างประเทศ 

นายมานะ กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ไทยประสบความสำเร็จในการลดการทุจริตคอร์รัปชั่นการในประมูลและจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่โดยใช้ในเรื่องของสัญญาคุณธรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยให้โครงการต่างๆมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยมีโครงการที่ได้เข้าร่วม "ข้อตกลงคุณธรรม" (Integrity Pact) รวมทั้งสิ้น 126 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการ 1.86 ล้านล้านบาท โดยเป็นมูลค่าโครงการ ที่ดำเนินการจัดประมูลหรือจัดซื้อจัดจ้างแล้ววงเงินรวม 383,000 ล้านบาท และคิดเป็นงบประมาณที่ภาครัฐประหยัดได้ประมาณ 106,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาลดลงจากราคากลางที่รัฐตั้งไว้ได้ถึง 25 - 30% และทำให้ลดปัญหาเรื่องการจ่ายใต้โต๊ะ สินบนต่างๆลงไปได้  

ซึ่งการใช้ข้อตกลงหรือสัญญาคุณธรรมมาควบคุมความโ ปร่งใสของโครงการในลักษณะนี้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติและเป็นตัวอย่างที่ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB)นำไปเผยแพร่ว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยลดการคอร์รัปชั่นในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐได้