นายกรัฐมนตรี ย้ำแผนฉีดวัคซีน มิถุนายน สั่งสธ.เจรจาต่างประเทศหาวัคซีนแหล่งอื่น
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยรายการผ่านพอดแคสต์ไทยคู่ฟ้า ถึงกรณีความคืนหน้าดารจัดหาวัคซีนไวรัสโควิด - 19 ว่า มีการพูดคุยและสื่อสารกับทุกช่องทาง เนื่องจากเกรงงว่าจะเกิดความสับสน ตนขอย้ำว่าแต่เดิมไทยได้วางแผนการจัดซื้อวัคซีนในเดือนมิถุนายน การที่บริษัทสยามไบโอไซน์เอนท์ได้รับลิขสิทธิ์กาผลิตคัดซีนแอดตราเซนิกา ซึ่งยังคงเป็นไปตามแผน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามพูดคุยเพื่อให้ได้วัคซีนให้ดีขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นคิดว่าจะได้รับวัคซีนเบื่องต้น 50,000 โดส เพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทหาร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ในพื้นที่เสี่ยงเป็นอันดับแรก เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน แต่ถ้าได้มากกว่านี้จะกระจายไปยังส่วนอื่นๆ ซึ่งกำลังเจรจากับหลายบริษัทเช่นกัน
โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทราบกันดีว่ามีปัญหาเรื่องหารจัดส่งวัคซีนไปทั่วโลก เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนผลิตได้ไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งวัคซีนที่จะส่งออกไปยังประเทศผู้สั่งจองจะได้วัคซีนไม่ถึงครึ่ง ทำให้หลายประเทศต้องรื้อแผนการผลิตวัคซีนใหม่ และไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข จะทำอย่างไรให้ไทยได้รับวัคซีนตามแผน พร้อมกับจัดหาวัคซีนจากประเทศอื่นที่ได้รับการรับรองจากอย.ทั้งไทยและต่างประเทศ
ส่วนข้องกังวลเรื่องคุณภาพวัคซีน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่สุด และจะมีการจัดเตรียมวัคซีนให้เพียงพอกับคนไทยทุกคน ส่วนการฉีดวัคซีนสำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และล่าสุดมีรายงานจากต่างประเทศว่ามีการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 100 ล้านโดส ซึ่งจากการติดตามผลหลังการฉีดวัคซีนพบว่า สถิติการติดเชื้อของผู้ป่วยรายวันมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลข้างเคียงพบว่าส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง โดยอาจมีไข้อ่อนเพลียปวดศีรษะและหายเองใน 1-2วัน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตมีจำนวนน้อยมาก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนด้วย จึงขอให้ประชาชนคลายความกังวลในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังมีการสั่งการให้จัดทำแผนการกระจายวัคซีนในทุกกลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงแผนการขนส่งในพื้นที่ห่างไกล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กีดกันการนำเข้าวัคซีนของเอกชน ซึ่งอยยินดีให้ทุกบริษัทมาขึ้นทะเบียน โดยปัจจุบันมีผู้มายื่นขอขึ้นทะเบียน 3 รายและผ่านการอนุมัติ 1 รายคือบริษัท astrazeneca ประเทศไทย หลายคนบอกจะไปซื้อนู่นซื้อนี่หาขึ้นทะเบียนไม่ได้ยังไม่ปลอดภัย ก็ดำเนินการไม่ได้ทั้งสิ้น





