วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงื่อนปมคดี 'บอส อยู่วิทยา' คำตอบที่รอ 'คลี่คลาย'

กลายเป็นประเด็นที่สั่นสะเทือนไปทั้ง “กระบวนการยุติธรรมไทย” สำหรับกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่สั่งฟ้อง “วรยุทธ” หรือ“บอส อยู่วิทยา”ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง

ในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ซึ่งเกิดขึ้นในปี2555 จนเสียชีวิต ในทุกข้อกล่าวหา

ลามถึงการตั้งคำถามไปที่การใช้อำนาจตามกฎหมายของ“เจ้าหน้าที่รัฐ” โดยเฉพาะองค์กรอัยการและตำรวจ เจ้าของสำนวนคดีในหลาย“เงื่อนปม” สงสัย ทั้งประเด็น2ตัวละใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวหลังเกิดเหตุ7ปี จนทำให้บอสรอดทุกข้อกล่าวหา

ประเด็นความเร็วรถ ที่ยังมีข้อถกเถียงว่า ตกลงแล้วความเร็วเฉลี่ย 177กม./ชม. จากคำให้การพ.ต.ต.ผู้ตรวจสอบความเร็ว ในครั้งแรก หรือ ความเร็ว76กม./ชม.ตกลงแล้วข้อมูลใดเป็นข้อมูลที่ถูกต้องกันแน่?

ประเด็นต่างๆเหล่านี้ยังรอคำชี้แจงจากคณะทำงานชุดต่างๆที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อสางเงื่อนปมดังกล่าว 

ทั้งท่าทีจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ล่าสุดออกมาประกาศกร้าว “ความยุติธรรมต้องมีในสังคมไทย” 

ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดี มี “วิชา มหาคุณ” อดีตกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นประธาน

 

มีกรรมการทั้ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ,เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ,ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ,ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม,นายกสภาทนายความ,คณบดีคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้อำนวยการสำนักงานป.ย.ป.เป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเสนอแนะแนวทางเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแล้วรายงานนายกรัฐมนตรีภายใน30วัน

ไม่ต่างจากทางฝั่งอัยการนำโดย สมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง  อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร, อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เป็นต้น

ซึ่งกมธ.ชุดดังกล่าวมีหน้าที่ตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีและมีอำนาจเรียกสำนวนมาตรวจสอบ รวมถึงสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดำเนินการโดยด่วนที่สุด เบื้องต้นอัยการวางกรอบว่าจะต้องรู้ผลภายใน7วัน 

เช่นเดียวกับฟากฝั่งตำรวจ  หน่วยงานต้นเรื่องในฐานะผู้ทำนำสวนคดีซึ่งถูกถล่มอย่างหนัก ที่ร้อนถึง "บิ๊กแป๊ะ"พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งด่วนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการดำเนินการของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่โดย 

พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานพร้อมคณะกรรมการ รวม 10 คนโดยคณะทำงานชุดนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง พร้อมรายงานผลให้ทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ไม่เว้น กมธ.กฎหมาย คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หรือกมธ.กฎหมาย สภาฯ ที่มีสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน  

ที่ล่าสุดเรียกมีการถกนัดแรก เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้ง ทั้งพล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สภ.สมุทรปราการ อดีตผกก.สน.ทองหล่อ ชี้แจง ประเด็นการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายของบอส 

ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ในฐานะคณะทำงานของอัยการสูงสุดตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดี  และ คณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

คงต้องจับตาท่าทีจากหน่วยงานเหล่านี้ว่าจะมีคำตอบเพื่อคลี่คลายปมสงสัย ในห้วงที่สังคมกำลังเรียกร้องถึงความยุติธรรมในคดีดังกล่าวอย่างไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่หลายหน่วยงาน หลายองค์กร ออกมารับลูกตั้งเรื่องสอบเช่นนี้ส่วนหนึ่งมีผลมาจากกระแสกดดันจากสังคม เพราะ ณ เวลานี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปแค่ที่ “อัยการ” หรือ “ตำรวจ”แต่ลามไปถึงวิกฤติศรัทธาที่ “สั่นคลอน”กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตอกย้ำวลี “คุกมีไว้ขังคนจน” ไม่เว้นแต่ละวัน !