วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อสส. ถกด่วนหาคำตอบสั่งไม่ฟ้อง 'บอส อยู่วิทยา' ขีดเส้น 7 วัน

"รองโฆษก อัยการสูงสุด" เผย คณะกรรมการฯ เรียกประชุมด่วนหาข้อสรุปคำสั่งไม่ฟ้องดคี "บอส อยู่วิทยา" ตีกรอบให้แล้วเสร็จไม่เกิน 7 วัน

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 63 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรณี นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เรียกประชุมคณะกรรมการฯ ในวันนี้ ว่า กรอบของคณะกรรมการฯ ขณะนี้ ได้เรียกสำนวนคดีอาญากรุงเทพใต้ประกอบการพิจารณาแล้ว โดยจะพิจารณา 1. เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ 2. เป็นไปตามระเบียบระเบียบที่เกี่ยวข้องของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือไม่ 3. เหตุผลในการสั่งคดีเป็นอย่างไรโดยประธานคณะกรรมการฯ กำหนดกรอบเร่งรัดให้เสร็จภายใจ 7 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป

“คณะทำงานที่ตั้งขึ้นกำลังเร่งทำงานกันอยู่ ส่วนจะแล้วเสร็จ ได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะกำลังทำงานกันอยู่ แต่ประธานคณะกรรมการฯ ให้กรอบคณะทำงานให้แล้วเสร็จไม่เกิน 7 วัน ส่วนในเนื้อหาพิจารณาในสำนวนจะเป็นลักษณะใดเป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ ในเวลานี้พึ่งเริ่มต้น ยังตอบคำถามไม่ได้ว่า กรอบพิจารณามีเนื้อหา และประเด็นหารือ อย่างไร ขอให้รอผลการประชุม ส่วนจะรื้อฟื้นคดีดังกล่าวขึ้นมาใหม่หรือไม่นั้น เร็วเกินไปที่ตอบคำถามนี้ รอดูคณะกรรมการพิจารณาได้ข้อสรุปอย่างไร” นายประยุทธ กล่าวว่า

เมื่อถามว่าตามหลักกฎหมายเมื่ออัยการและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เห็นตรงกันสั่งไม่ฟ้อง คดีจะดำเนินการอย่างไร นายประยุทธ กล่าวว่า ตามกรอบหากทางพนักงานอัยการ และ ผบ.ตร. เห็นพ้องต้องกัน ถือว่าคำสั่งจบตามกระบวนการกฎหมาย แต่คำสั่งอัยการไม่ฟ้องและ ผบ.ตร. เห็นชอบ จะต่างกับคำพิพากษาของศาล ถ้าศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่สามารถรื้อคดีได้ แต่ในส่วนของศาลอัยการ หากมีพยานหลักฐานใหม่สามารถเปลี่ยนความเห็นคำสั่งได้ คือ ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายฟ้อง ป.วิอาญาตามมาตรา 28

เมื่อถามว่า สังคมสงสัยการทำงานของอัยการสูงสุด จะกู้ภาพลักษณ์ อย่างไร นายประยุทธ กล่าวว่า คณะทำงานที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งเพื่อต้องการหาข้อเท็จจริงดังกล่าวในทุกๆอย่างเพื่อตอบสังคม ทุกมิติ สั่งเช่นนี้เพราะอะไร เพื่อให้ความกระจ่างสังคม  ส่วนหากออกคำสั่งมิชอบจะลงโทษอย่างไรนั้น เร็วเกินไปที่จะพูดเช่นนั้น ขอให้คณะทำงานได้ทำงานก่อน

ขณะที่ด้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งตั้งพลตำรวจเอกศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการ รวม 10 ราย ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่

พลตำรวจเอกศตวรรษ เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้นัดหมายให้คณะกรรมการที่มีรายชื่อทั้งหมด ไปประชุมเรื่องนี้เวลา 10.00น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการที่จะร่วมพิจารณาข้อเท็จจริง จะเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในด้านต่างๆ เช่น จเรตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอการหารือในที่ประชุมก่อน แต่ยืนยันได้ว่าเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว จะเร่งพิจารณาข้อเท็จจริงทันที เพื่อหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ เคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ อีกทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง ก็ต้องเร่งหาข้อเท็จจริงให้ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด