วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งไล่ล่ามือยิงนศ.เทคโนฯ เผยจับแล้ว 15 ราย

ตำรวจนครบาล เร่งไล่ล่ามือยิงนศ.เทคโนฯ เผยจับแล้ว 15 ราย

จากกรณีกลุ่มคนร้ายเป็นนักศึกษาสถาบันอาชีวะ ไล่ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง และใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ที่บริเวณถนนศรีนครินทร์ ช่วงทางเบี่ยงก่อนขึ้นสะพานข้ามถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาออก ใกล้โรงแรมเมเปิ้ล แขวงและเขตบางนา กรุงเทพ​ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นทางตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก่อนทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับคนร้ายได้ 7 คน ตลอดจนทางผู้ปกครองได้นำมามอบตัวแล้วบางส่วน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้า​ เวลา​ 10.00​ น.​ วันที่​ 25​ ก.ค.​ พล.ต.ต.มงคล​ วรุณโณ​ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า​ หลังจากเกิดเหตุมาแล้ว​ 3 วัน​ ตำรวจฝ่ายสืบสวน​ กก.สส.บก.น.5 และ​ ฝ่ายสืบสวน​ สน.บางนา​ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด​ และทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับไปแล้ว​ทั้งสิ้น​ 8​ คน​ จับกุมตัวได้แล้ว​ 7​ คน​ หลบหนีการจับกุม​ 1 คน​ และจากการจับกุมครั้งนี้​ ตำรวจสามารถตรวจยึดรถ​ จยย.​ จำนวน​ 8​ คัน​ พร้อมเสื้อผ้า​ หมวกกันน็อคที่ใส่ในวันก่อเหตุจำนวน​ 17​ ใบ​ มีด​ 2 เล่ม​ จึงรวบรวมไว้ไว้เป็นหลักฐาน​ พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด​ ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์​ และรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง

พล.ต.ต.มงคล​ เปิดเผยอีกว่า​ สำหรับคดีนี้มีกลุ่มผู้ต้องหารวม​ 22​ คน​ เป็นผู้ใหญ่​ 9​ คน​ และเยาวชน​ 13​ คน​ จับกุมได้แล้ว​ 7​ คน​ หลบหนีการจับกุม​ 1 คน​ คือนาย​ พีรวิชญ์​ (สงวนนามกสุล) อายุ​ 18​ ปี​ นักเรียนชั้นปีที่ 3 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยี​ สมุทรปราการ​ และเตรียม​ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก​ 1 ราย​ คือ​ นายภราดร​ อายุ​ 19​ ปี​ นักเรียนชั้นปีที่​ 2 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยี​ สมุทรปราการ​ โดยขณะนี้​ จับกุมทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในคดีนี้ได้แล้ว​ 15​ คน​ และคาดว่าที่เหลือจะสามารถจับกุมได้เร็วๆนี้จนครบทุกคน

พล.ต.ต.มงคล​ กล่าวว่า​ จากการสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุรับว่า​ สาเหตุทั้งหมดเกิดจากเรื่องของสถาบัน​ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าจะเป็นเรื่องทำร้ายผิดตัวหรือไม่อย่างไรต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเสียก่อนจึงจะสามารถทราบข้อเท็จจริงในส่วนนี้​ ทั้งนี้จากการสอบสวนมีผู้ต้องหาบางรายให้การรับว่าทำระเบิดปิงปองขึ้นมาเอง​ และใช้ก่อเหตุจริงในวันดังกล่าวอีกด้วย​

พล.ต.ต.มงคล​ กล่าวอีกว่า​ สำหรับผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนนั้น​ ขณะนี้ยังหลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร​ ซึ่งก็อยากให้ญาติพาเข้ามอบตัวกับทางตำรวจโดยเร็ว​ อย่างไรก็ตามได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องของกฎหมาย​ โทษของการกระทำผิด​ พกพาอาวุธ​ ทำร้ายร่างกายมีโทษอย่างไร​ หรือกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการคัดแยกออกมาทำประวัติ ให้ตระหนักถึงโทษที่จะต้องได้รับและอาจเสียอนาคตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ สำหรับ​ นาย​ พีรวิชญ์​ หนึ่งในผู้ที่ถูกออกหมายจับคาดว่าน่าจะเป็นผู้ใช้อาวุธปืนในการยิงก่อเหตุครั้งนี้เพียงคนเดียว​ โดยผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตพบกระสุนขนาด​.38 ม.ม.​ ฝังในหัวใจซึ่งคาดว่าเป็นเหตุให้เสียชีวิต​ อย่างไรก็ตามตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป