นักภูมิศาสตร์ ระบุเจาะถ้ำช่วยเหลือต้องให้ทางวิศวกรรม และธรณีฟิสิกส์ประเมิน เชื่อเป็นทางเลือกสุดท้าย มุ่งกู้ภัยออกทางหน้าถ้ำ
เมื่อวันที่ 7 ก.ค.61 ดร.พลภัทร เหมวรรณ ผอ.ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอากาศ และ ภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในนักภูมิศาสตร์ ที่ได้จัดทำข้อมูลสนับสนุนให้ทีมขุดเจาะน้ำบาดาล และสนับสนุนข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของถ้ำหลวง –ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มชมรมศิษย์เก่าภูมิศาสตร์ มช. ทั้งที่ทำงานอยู่ใน และ ต่างประเทศ ได้จัดเตรียมข้อมูลสนับสนุน เพื่อให้ทีมทีทำหน้าที่ค้นหาในพื้นที่ทำงานได้โดยสะดวกเพิ่มมากขึ้น เป็นการบูรณาการระดมความรู้ความสามารถในการเข้ามาช่วยให้ข้อมูล
ทั้งนี้ ในกลุ่มนักภูมิศาสตร์ ได้เริ่มป้อนข้อมูลให้กับทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้รับข้อมูล ว่าต้องการพิกัดแผนที่ และข้อมูลทางภูมิสารสนเทศของถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จึงได้มีการจำลองภาพของถ้ำหลวงขึ้นมา เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ในการทำงานโดยใส่ข้อมูลตำแหน่งเชิงวิเคราะห์ลงไปด้วย โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมแอสเตอร์ และ เอลอส จนกระทั่งพบข้อมูลหลุมยุบบริเวณตะวันตกของถ้ำ ซึ่งหลุมยุบดังกล่าวเป็นบริเวณที่น้ำหายไปในดิน ซึ่งคาดว่าจะมุดลงไปในแนวถ้ำด้านล่าง นอกจากจะพบหลุมใหญ่ดังกล่าวแล้วยังมีหลุบยุบขนาดเล็กอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อน้ำไหลผ่านก็จะซึมลงสู่แนวถ้ำด้านล่าง จึงไม่แปลกที่จะมีน้ำลงไปเติมในถ้ำอยู่ตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้เป็นประโยชน์กับทีมค้นหาโพรงถ้ำเป็นอย่างดี เพราะสามารถส่งพิกัดที่ชัดเจนได้ โดยไม่ต้องเดินลาดตระเวนให้เสียเวลา
ในส่วนของการเจาะถ้ำเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนนั้น ต้องให้ทางวิศวกรรม และ ธรณีฟิสิกส์ ประเมินในการดำเนินการ แต่ในมุมมองทางภูมิศาสตร์ ทางกายภาพให้ความเห็นได้ว่า ถ้าเจาะจากแนวดิ่งหรือเอียงองศาเล็กน้อย การที่จะนำเครื่องมือขึ้นไปต้องหาพื้นที่แนวราบที่มั่นคงซึ่งอาจจะไม่ตรงกับพื้นที่แนวถ้ำ เรื่องนี้ต้องให้ทีมปฏิบัติงานส่วนหน้าเป็นผู้ประเมิน เนื่องจากบริเวณที่ผู้ประสบภัยอยู่ หากประเมินทางกายภาพแล้ว ภูเขามีความหนาประมาณ 5 -600 เมตร ซึ่งหากจะดำเนินการจะต้องประเมินด้านวิศวกรรมก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะดำเนินการ
ทีมปฏิบัติงานยังคงมุ่งนำผู้ประสบภัยออกมาทางหน้าถ้ำ ซึ่งทีมที่ทำหน้าที่ลดระดับน้ำได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากหากมีฝนตกลงมาจะทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำสูงขึ้นได้อีก การขุดเจาะน้ำบาดาลยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีทีมที่ขึ้นไปทำทางเบี่ยงน้ำ ไม่ให้น้ำไหลลงมาเติมในถ้ำ ขณะเดียวกันต้องมีการสูบน้ำออกจากหน้าถ้ำควบคู่ไปด้วย





