วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดึงงานวิจัยการรวมกลุ่มยั่งยืนติดอาวุธความรู้สหกรณ์

กรมส่งเสริมสหกรณ์ดึงงานวิจัยการรวมกลุ่มยั่งยืนติดอาวุธความรู้สหกรณ์ นำร่อง 126 แห่งก่อนขยายผลต่อ หวังเพิ่มสัดส่วนสหกรณ์เข้มแข็งทั่วประเทศ

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแผนที่จะนำองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางการรวมกลุ่มอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยในเบื้องต้นจะเริ่มโครงการนำร่องในส่วนของสหกรณ์ตามโครงการพระราชดำริ 126 แห่ง โดยจะมีทีมงานลงพื้นที่ให้ความรู้กับสหกรณ์เป้าหมายให้ได้ศึกษากระบวนการในการสร้างกลุ่มให้เข้มแข็งและยั่งยืน นำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ที่แต่ละแห่งมีภูมิสังคมที่ต่างกัน

ทั้งนี้ เป้าหมายของกรมส่งเสริมสหกรณ์คือการนำองค์ความรู้จากแหล่งต่างๆ เข้าไปสนับสนุนสหกรณ์ทั่วประเทศเพื่อให้มีพื้นฐานที่เข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้สหกรณ์ โดยเฉพาะในส่วนของสหกรณ์การเกษตรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

“ปัจจุบันมีสหกรกรมส่งเสริมฯ ดูแลสหกรณ์ทุกประเภทอยู่ 8,171 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในระดับเข้มแข็งและมีความมั่นคงในการดำเนินงานมีประมาณ 24.57% สหกรณ์ที่อยู่ในระดับพอใช้มีประมาณ 55.19% ซึ่งทั้งหมดยังต้องใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ เข้าไปพัฒนาให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป้าหมายการนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริฯ เข้ามาขับเคลื่อนครั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มสัดส่วนสหกรณ์กลุ่มที่มีความเข้มแข็งให้มากขึ้น เพราะระบบสหกรณ์เป็นกลไกที่สำคัญของเศรษฐกิเกี่ยวข้องกับสมาชิก 12 ล้านคน มีปริมาณธุรกิจรวมแล้วมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท” นายพิเชษฐ์ กล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับงานวิจัยที่จะนำมาเป็นองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนสหกรณ์ทั่วประเทศครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริและวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้วิจัยถึงแนวทางการรวมกลุ่มอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริฯ ซึ่งงานวิจัยชี้ว่ากระบวนการพัฒนากลุ่มชุมชนให้ประสบความสำเร็จ ต้องพัฒนาใน 3 ขั้นตอน คือจากระดับครัวเรือน สู่ชุมชน และสู่สังคมภายนอก โดยการพัฒนาจากครัวเรือนเป็นจุดเริ่มต้นความเข้มแข็งที่สำคัญ จากนั้นได้มีการขยายผลศึกษาสู่การรวมกลุ่มอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริด้วยบันไดความสำเร็จ 7 ขั้น

นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่า ในความร่วมมือเพื่อนำงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติครั้งนี้นอกจากจะเป็นการยกระดับสหกรณ์แล้ว กรมส่งเสริมฯ จะเข้ามาร่วมพัฒนาการร่วมกลุ่มในพื้นที่การพัฒนาของปิดทองหลังพระฯ โดยจะมีการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนทั้งการประเมินพื้นที่ พัฒนาหลักสูตรการอบรม ก่อนจะไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

“ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของหน่วยงานรัฐที่นำแนวพระราชดำริเข้าไปใช้ในระบบ ตรงตามพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีความก้าวหน้าและมั่นคง" นายการัณย์ กล่าว

นายการัณย์ กล่าวว่า สำหรับองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ ฯ กรมส่งเสริมสหกรณ์และวิทยาลัยนวัตกรรม ได้ร่วมกันจัดทำสื่อการเรียนรู้ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซต์ของ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯที่ www.pidthong.org/7steps และเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ http://www.cpd.go.th/cpdth2560/index.php/component/k2/item/202

“แนวพระราชดำริจากการค้นคว้าวิจัย พบว่าแนวทางการพัฒนาชนบทประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือจากระดับครัวเรือน สู่ชุมชน และกลุ่มพัฒนายั่งยืนสู่ภายนอก ส่วนการรวมกลุ่มให้ยั่งยืนนั้น แบ่งเป็นการพัฒนาแบบบันได 7 ขั้น มีเป้าหมายและข้อพึงระวังอย่างชัดเจนในแต่ละขั้นโดยทั้งหมดนี้ยืนบนหลักการเศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น”นายการัณย์กล่าว

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2561 จากสหกรณ์ทั้งระบบ 8,171 แห่ง ประกอบไปด้วยสหกรณ์ในภาคเกษตร 4,611 แห่ง ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตร 4,409 แห่ง แห่ง สหกรณ์ประมง 107 แห่ง และสหกรณ์นิคม 95 แห่ง ส่วนอีก 3,560 แห่งอยู่นอกภาคเกษตรประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,487 แห่ง สหกรณ์บริการ 1,278 แห่ง สหกรณ์เครดิตยูเนี่น 509 แห่ง และสหกรณ์ร้านค้า 205 แห่ง โดยทั้งระบบมีสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ 11.57 ล้านคนเป็นสมาชิกจากสหกรณ์ในภาคเกษตร 6.56 ล้านคน และนอกภาคเกษตร 5.01 ล้านคน