วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

ลุยอาร์ซีเอ บุกจับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

ที่ลานหน้าอาร์ซีเอ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 11 ปิดล้อมตรวจค้นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม โรงเรียน สถาบันกวดวิชา ที่บุคคลต่างด้าวเป้าหมายอาศัยอยู่ จำนวน 104 เป้าหมาย ทั่วประเทศ แบ่งเป็นเป้าหมายโรงเรียนนานาชาติ 12 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 9 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 27 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ จำนวน 56 เป้าหมาย สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด37ราย ใน2ข้อหาหลัก จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” จำนวน 6 ราย ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 27 ราย และข้อหาอื่นๆ จำนวน 4 ราย

จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

 

        จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.       นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ลักลอบขายกัญชาได้อีก 2 ราย คือนายพัชรพล หรือโอ จันทกนก อายุ 24 ปี และน.ส.อนุธิดา หรือหนิง ศรีสว่าง อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง กัญชา น้ำหนัก 10 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์การแพ็คยาเสพติดส่งขายทางไปรษณีย์ หลายรายการ  ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

      พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การระดมกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทยถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล กระทบต่อความมั่นคงและการท่องเที่ยว ของประเทศยิ่งในปัจจุบันได้วิธีการเข้ามาอาศัยในประเทศมีการพัฒนารูปแบบไปให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่นการแต่งงานกับคนไทย หรือการแฝงตัวไปทำวีซ่านักเรียนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งการระดมกว่ดล้างครั้งนี้ก็ได้ตรวจในหลายพื้นที่จำนวน104จุด แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จ.ภูเก๊ต พัทยา หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพ ซึ่งวันนี้เราเข้าตรวจที่ อาร์ซีเอ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้มีการประชุมหารือ กับฝ่ายความมั่งคง และรร.นานาชาติ ว่าหลังจากนี้มีการปรับเกณการเข้ามาอยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อป้องกันพวนนอมินีที่แฝงตัวเข้ามา พวกขบวนการหลอกแต่งงานกับสาวไทยเพื่อที่จะได้ทะเบียนสมรสและอยู่ต่อในประเทศ พวกที่ทำวีซ่านักเรียน โดยอาศัย รร.นานาชาติต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งเหล่านี้มักจะมีเอเย่นต์ในการจัดทำจัดหาทั้งนั้น ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้ในวันนี้นั้นเราจะบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการเพิกถอนวีซ่า ทำแบล็กลิสต์และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ส่วนบุคคลที่วีซ่ายังไม่หมดอายุการอยู่ต่อก็จะทำการสืบสวนอีกที หากพบว่ามาค้าประเวณีก็จะยกเลิกวีซ่าและส่งกลับประเทศ อยากไรก็ตามจากการรวบรวมการปฏิบัติยุทธการ 25 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 3,474 เป้าหมายจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทั้งหมด 1,161 ราย

จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ191 ได้ทำการล่อซื้อกัญชา จำนวน11กิโลกรัม จนสามารถจับผู้ต้องหาได้2ราย ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี หลังถูกจับกุมมาก่อนแล้วเมื่อเดือน ต.ค. 2560 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้กระทำผิดซ้ำอีก จึงได้วางแผนเพื่อทำการจับกุม โดยได้เฝ้าสังเกตการณ์ ณ ไปรษณีย์เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองปรากฎตัวและนำกล่องพัสดุมาส่ง ได้ขอทำการตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าว ในกล่องพัสดุเตรียมนำส่งแก่ลูกค้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าต้องการนำเงินมาต่อสู้คดี โดยฝ่ายชายจะรับกัญชามาทีละ 50 กก. แบ่งจำหน่ายได้กำไรครั้งละกว่า 40,000 บาท

จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าทั้งนี้แม้ว่าการส่งยาเสพติดหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนผ่านทางไปรษณีย์ จะลดน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย และอยากจะเตือนผู้ที่กระทำความผิดว่าปัจจุบันไปรษณีมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจน้ำหนักของวัสดุที่ส่งมาดังนั้นยาเสพติดหรือปืนจะถูกตรวจจับได้แน่นอน รอดยาก จึงอยากเตือนให้หยุดกระทำความผิดเสีย

จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท. จับสาวฝรั่งอื้อ กวาดล้างชาวต่างชาติผิดกม.104เป้าหมายทั่วปท.