รองผบ.ตร.-อย.-เขตดอนเมือง ลุยตรวจอาคารตลาดใหม่ดอนเมือง เจอล้ำคลองเปรมประชากร 20 ม. เล็งยึดทรัพย์เอาผิด
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา "พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา" รอง ผบ.ตร. , คณะเจ้าหน้าที่ อย. และสำนักงานเขตดอนเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ตรวจสอบอาคารที่ตั้งภายในตลาด ในส่วนที่ใช้ที่ดินราชพัสดุว่า ได้ดำเนินการถูกต้องตามสัญญาหรือไม่
โดยการตรวจสอบ "นายบัญชา สืบกระพัน" หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตดอนเมือง เปิดเผยว่า มี อาคารพล่าซ่าริมน้ำ สูง 2 ชั้น ขนาดลึก 20 เมตร ยาว 45 เมตร ได้รุกล้ำพื้นที่สาธารณะเข้าไปบริเวณคลองเปรมประชากร ประมาณ 20 เมตร ซึ่งอาคารดังกล่าวก่อสร้างมานาน มากกว่า 30 ปีแล้ว โดยสถานที่แห่งนี้มีความผิดชัดเจน ดังนั้นสำนักงานฯ จึงมีคำสั่งให้ ผู้ครอบครองอาคาร มารื้อถอนอาคารพลาซ่า ภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการก็พิจารณาความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งต่อไป
ขณะที่การลงพื้นที่ตรวจสอบ "พล.ต.อ.วิระชัย" พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังได้ตรวจสอบชั้นบนของอาคารพลาซ่าริมน้ำ ก็ยังพบว่า มีห้องซึ่งป้ายเขียนข้อความเป็นออฟฟิศปฏิบัติการ ภายในมีโต๊ะทำงาน ที่มีร่องรอยของการรีบเร่งในการเก็บของมากองๆรวมกัน และมีนามบัตรของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตผู้กำกับสันติบาล ในฐานะที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ตกอยู่จำนวนหนึ่งกล่อง พร้อมกับบัตรผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีชื่อ พ.ต.ท.สันธนะ และรูปถ่ายของ พ.ต.ท.สันธนะ อยู่ในห้องดังกล่าวด้วย
ซึ่ง "พล.ต.อ.วิระชัย" รอง ผบ.ตร. ระบุว่า พื้นที่ตลาดทั้งหมดมี 18 ไร่ พบว่า "บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง" จ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์ 63,000 บาทต่อเดือน แต่ไม่ทราบว่า "บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง" ปล่อยเช่าช่วง โดยไม่ทราบว่ามีการเรียกเก็บค่าเช่าที่เท่าใด และบางส่วนมีการบุกรุก ต่อเติมอาคารพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการนำพื้นที่สาธารณะมาสร้างอาคารเพื่อการค้าถือเป็นความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยจะให้ ปปง. เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด และทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดจะต้องตกเป็นของแผ่นดิน รวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินก็จะต้องมีส่วนในการรับโทษทางกฎหมายด้วย ซึ่งโทษสูงสุดจะจำคุก 10 ปี ส่วนความผิดนั้นอาจจะเป็นความผิดต่างกรรม ต่างวาระกัน
ด้าน "นายวิทยา นีติธรรม" เลขานุการกรม สำนักงาน ปปง. ระบุว่า ทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดจะต้องถูกยึดและจะต้องตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนผู้ที่รับโอนทรัพย์สินจะมีความผิดในคดีอาญาฐานฟอกเงิน ทั้งนี้ก็จะตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยจะต้องให้พนักงานสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน หากมีพยานหลักฐานครบถ้วนจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้
ขณะที่ "นายธีรธร แช่มสนิท" ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมาย กรมธนารักษ์ กล่าวว่า พื้นที่ทั้งหมดจะต้องตรวจสอบสัญญาว่ามีการทำผิดสัญญาหรือไม่ โดยจะต้องตรวจสอบเป็นกรณีไปคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยจะต้องตรวจสอบ ร่วมกับสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ





