วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอแสง' เมินผลวิจัยสมุนไพร โวต่างชาติเฝ้าขอซื้อสูตร

สธ.เปิดผลวิจัยสมุนไพรหมอแสง ยันไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่ช่วยในเรื่องคุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น เจ้าตัวชี้แค่การวิจัยในหลอดแก้ว ในคนอาจช่วยได้ ลุยแจกต่อ

ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการหารือร่วมกันระหว่าง นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง และทีมนักวิจัยประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผลการวิจัยออกมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการหารือร่วมกันในวันนี้ โดยไม่ให้สื่อมวลชน หรือผู้ใดเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด

นพ.ณรงค์ เปิดเผยภายหลังการหารือกว่า 3 ชั้วโมงว่า ทางกรมได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ แล้วนำสมุนไพรนี้ไปทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ผลการทดลองในหลอดทดลองนั้นพบว่าตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่กรมการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ก็ได้ศึกษาต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็พบว่าสามารถใช้ได้

เมื่อถามว่าต้องเดินหน้าวิจัยในสัตว์ทดลองและในคนต่อหรือไม่ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องมีการคุยกันพอสมควรในทิศทางที่จะเดินต่อไป เพราะมีมุมมองหลายมุมมอง เท่าที่คุยกันในวันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่าการดูแลแบบคู่ขนาน ทุกระยะ คิดว่าถ้าช่วยกันดูแลประชาชนน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด ที่คุยกับนายแสงชัยแล้ว อยากบอกพี่น้องประชาชนว่า อย่ารักษาข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ การมารับยานายแสงชัยเพื่อประคับประคองก็ได้ แต่หากเป็นระยะต้นๆ ก็รักษาคู่ขนานกันไป ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย 

“ในการรักษาสิ่งที่เป็นประเด็นในสมุนไพรของนายแสงชัยคือหนึ่งไม่มีความเป็นพิษ ดังนั้นการรับเข้าสู่ร่างกายไม่เป็นพิษ แต่ประเด็นเรื่องการทดลองหลังรับสมุนไพรคือไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นการรักษาคู่ขนานน่าจะเป็นคำตอบที่ดีแก่ประชาชน ส่วนประเด็นว่าระหว่างนี้จะมีช่องทางในการขึ้นทะเบียนสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพใดตามกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งนายแสงชัยเองก็ได้สอบถามในประเด็นนี้มาเหมือนกันก็เรียนว่า คงยังไม่ได้” นพ.ณรงค์กล่าว

 

ด้านนายแสงชัย กล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์นำไปทดลองนั้นก็เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ เพราะเมื่ออยู่ในหลอดทดลองก็อยู่แค่นั้น แต่ถ้าเข้าร่างกายแล้วก็ไปตามเส้นเลือด แต่กรมการแพทย์ก็บอกว่าจริงๆ คนที่พอมีฐานะ มีความรู้กลัวจะเสียโอกาสก็ให้ไปให้แพทย์รักษา อย่าพยายามมากินสมุนไพรตัวนี้เลย ยืนยันว่ายังแจกสมุนไพรต่อไป 

“ถ้าเขาไม่ห้ามเราก็แจกต่ออยู่แล้วเพราะเป็นความหวังของประชาชน จริงๆ แล้วถามว่าที่เราทำมา 10 กว่าปี ก็ย่ำอยู่กับที่ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย อธิบดีกรมการแพทย์มากี่คนแล้ว สถาบันมะเร็งก็เปลี่ยน ผอ.มาหลายคน แต่ของเรายาเป็นตำนาน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ หากหมอไทยบอกไม่ได้ผล เราจะเอาสูตรไว้ทำไม ต่างชาติเขาฉลาดก็ทำที่แจกยา มีหมอจากเยอรมัน โรงพยาบาลจากอเมริกาเขาก็มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ยังไม่อยากขาย กลัวคนไทยไม่มีกิน ซึ่งก็จะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้” นายแสงชัยยืนยัน

         

เมื่อถามว่าผลการทดลองที่ออกมานายแสงชัยจะต้องมีการชี้แจงต่อประชาชนที่รอรับสมุนไพรอย่างไร นายแสงชัย กล่าวว่า ประชาชนเขาไม่ต้องการคำชี้แจงหรอก เขาต้องการรู้แค่ว่าต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับเราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่มีคนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคนเป็นมะเร็ง รวมๆ สมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหนรวมมั่ว มะเร็งก็คือไวรัส เราไม่ใช่หมออย่าไปแยกมัน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่งเราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง

นายแสงชัยกล่าวถึงการขยายผลทอลองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงว่า ก็อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิตซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป บอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร เรายังเดินหน้าแจกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหว และคิดว่าเร็วๆ นี้คงจะไม่ไหว วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน ส่วนมีคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้น ก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดในโรงพยาบาลทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อนเราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคนจะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด

 

 “ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่เราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ตามวัดที่อาการหนักและญาติยอมเราก็ให้กิน  ซึ่งเราไม่กังวลว่าเป็นการวิจัยในมนุษย์  ได้ขออนุญาตญาติเขาแล้ว” นายแสงชัยกล่าว