"รอง ผบ.ตร." สั่งเร่งขยายผลปราบมาเฟียอิสราเอลก่อเหตุฆ่าเพื่อนร่วมชาติที่สมุยให้สิ้นซาก ย้ำหากพบมีการตั้งรกรากเตรียมงัดไม้แข็ง
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัว นายอียาล โบคาล อายุ 25 ปี และ นายโดเลฟ ซูอาเรซ อายุ 23 ปี ชาวอิสราเอล ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังก่อเหตุขับรถไล่ฆ่าเพื่อนร่วมชาติ พร้อมกับใช้มีดแทงเหยื่อกลางถนน เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บ่อผุด บนเกาะสมุย จ.สุราษธานี จนทำให้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก1 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 22 มกราคม 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า กลุ่มคนร้าย 2 คน และผู้ตายมีความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ยาเสพติด เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียในประเทศอิสราเอล โดยผู้ตายเพิ่งพ้นโทษ หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าที่ประเทศอิสราเอล และได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จนกระทั่งนายอียาล โบคาล และ นายโดเลฟ ซูอาเรซ ทราบจึงได้ติดตามมาล้างแค้น
พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยด้วยว่า หลังจากนี้ ตำรวจจะต้องขยายผลไปยังขบวนการ และเครือข่ายมาเฟียอิสราเอลในประเทศ ว่ามีคนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการด้วยหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งตรวจสอบว่า มีการมาตั้งรกรากในพื้นที่เกาะสมุยหรือไม่ ขอยืนยันว่าคดีนี้จะไม่สิ้นสุดแค่นี้ การกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมส่อไปในลักษณะการทำความผิดกฎหมาย จะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว แต่บางทีขบวนการที่เข้ามาก็มีวิธีการหลีกเลี่ยง ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีวิธีการติดตามพฤติกรรมของคนร้าย





