วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จยย.ชนปิคอัพอีซูซุ ถูกลากไกลกว่า100ม. หนุ่ม21สาหัส

จยย.วิ่งข้ามเลนชนประสานงาปิคอัพอีซูซุ ก่อนเบรคไม่อยู่ลากไปไกลเกือบ100เมตร ส่งผลให้ผู้ขับขี่จยย.เจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2561 ร.ต.อ.ภาณุพงศ์ ทัศญาณ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์ปิคอัพชนประสานงานกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนนิคมลำตะคอง ช่วงหลัก กม.ที่2-3 ใกล้เคียงทางแยกเข้าโกดัง ก.พาณิชย์ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องพร้อมเดินทางไปตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ปิคอัพ อีซูซุ สีบรอนซ์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผล 7594 สระบุรี จอดหันหน้าเข้าตัวเมืองปากช่อง สภาพด้านหน้าของรถพังเสียหายยับเยิน โดยมีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า MSX สีเขียว-ดำ แผ่นป้ายทะเบียน คาดว่าหลุดกระเด็นหายหลังเกิดเหตุ สภาพพังเสียหายติดอยู่บริเวณด้านหน้าของรถยนต์ปิคอัพ ใกล้เคียงพบเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยอยู่ระหว่างทำการปั๊มหัวใจ (CPR) ผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสันติชัย พลุกล้า อายุ21ปี ที่อยู่ตามหลักฐานระบุ เลขที่33หมู่2ต.บ้านแจ้ง อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เบื้องมีอาการหมดสติปลุกไม่ตื่น อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยต้องประสานงานขอทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลปากช่องนานา ร่วมให้การช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุก่อนจะนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปากช่องนานา

จากการสอบถามผู้ขับขี่รถยนต์ปิคอัพ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนอยู่ระหว่างกำลังขับขี่รถยนต์เพื่อกลับบ้านในตัวเมืองปากช่อง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกล จากนั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ๆได้มีรถจักรยานยนต์ซึ่งขับสวนทางมาได้ข้ามเลนมาในฝั่งที่ตนขับอยู่จึงทำให้ชนเข้าอย่างจังจนถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งภายในรถทำงานทั้ง2ข้าง จากนั้นหลังจากที่เกิดการชนแล้วรถของตนเบรคไม่อยู่จึงทำให้รถไหลไปไกลเกือบ100เมตร โดยมีรถจักรยานยนต์ติดอยู่ด้านหน้า ส่วนคนขับ จยย. กระเด็นออกไปนอนหมดสติอยู่ห่างจากจุดที่รถหยุดประมาณ10เมตร

จากนั้นเมื่อ ร.ต.อ.ภาณุพงศ์ ทัศญาณ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองสาหร่าย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยละเอียดพร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ ต่อผู้ขับขี่รถยนต์ เนื่องจากต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด และเดินทางไปติดตามอาการผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป