รถติดยาวกว่า 5 กม.ปากทางเข้าอุทยานฯถนนสาย 304 (นาดี –นครราชสีมา) ประเดิมเมาแล้วขับเสยท้ายเพื่อนร่วมทาง
เมื่อเวลา 03.30 น.วันนี้ 28 ธ.ค.60 พ.ต.ต.ประสิทธิ ภักดี พนักงานสอบสวนสภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุเหตุรถตู้รับจ้างไม่ประจำทาง หมายเลขทะเบียน30-0401ปราจีนบุรี สีบรอนซ์ชนท้ายรถยนต์เก๋งโตโยฟอจูนเนอร์สีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน งจ.8556 ชลบุรี และ รถกระบะโตโยต้าสีดำหมายเลขทะเบียน ฎฐ.457 กทม. สถานที่เกิดเหตุบนถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-นาดี) กม.185 ก่อนเข้าบ้านทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
พ.ต.ต.ประสิทธิ กล่าวว่า "สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับรถฟอจูนเนอร์กล่าวว่าขณะที่ตนขับรถมาตามถนนมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมาจู่ๆได้ยินเสียงโครมดังที่ท้ายรถของตัวเอง ในเสี้ยววินาทีนั้นรถของตัวเองพุ่งเสยท้ายรถกระบะสีดำ ที่กำลังขับออกหน้ากันมาดี และจอดรถเมื่อรู้ว่ารถตนเองถูกชนท้ายยุบ ภรรยาได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก
จากนั้นรีบลงมามองเห็นคนขับรถตู้คันก่อเหตุกำลังติดอยู่ภายในรถและช่วยตัวเองออกมาได้ในสภาพที่เมากลิ่นเหล้าหึ่งพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องบอกว่าตนเองขับรถตู้ของบริษัทไปส่งนายที่กรุงเทพฯ ช่วงขากลับแวะกินเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนถึงบ้าน จากนั้นจึงจับรถเพื่อที่จะกลับบ้านและมาเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถที่วิ่งอยู่บนถนนดังกล่าว
จากการสอบถามคนขับรถตู้ที่อยู่ในสภาพมึนเมาพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องบอกว่าชื่อนายเจริญ พรหมแก้วตอบ อายุ 55 ปี เป็นพนักงานขับรถของบริษัทแห่งหนึ่ง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆทำไมถึงชนท้ายรถคนอื่นได้เข้าใจว่ารถคันหน้ากำลังทำอะไรอยู่ ตนเองถึงชนท้ายได้ ถามคู่กรณีทั้งสองก็ไม่พูดด้วย นายเจริญกล่าวด้วยท่าทีไม่เข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ในเบื้องต้นนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบเคลียร์เส้นทาง โดยด่วนเนื่องจากมีรถประชาชนเป็นจำนวนมากมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน โดยสภาพการจราจรถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-นาดี) ตั้งแต่เวลา03.00 น.ที่ผ่านมาปริมาณรถมากขึ้นและติดสะสมช่วงขึ้นเนินทุ่งโพธิ กม.185-192 อันเป็นปากทางเข้าสู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกที่ถนนจากปกติ 4 ช่องจราจร จะรวมเหลือเพียง 2 ช่องจราจร เหมือนปากขวดพร้อม ๆ กำลังมีการก่อสร้างอุโมงค์ให้รถลอด เพื่อให้ด้านบนอุโมงค์หลังก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นทางเชื่อมผ่านของสัตว์ให้เดินผ่านไป-มาได้ระหว่าง 2 อุทยานฯ
พบว่าตั้งแต่บริเวณหน้าร้านอาหารป้าจำปี พบปริมาณรถติดเป็นจำนวนมากยาวกว่า5 กม.แต่การจราจรค่อยๆขยับตัวได้เป็นบางช่วงบาง มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรีมาคอยอำนวยการจราจรข้างทาง ซึ่งประชาชนที่ดินบางกลุ่มบอกว่า ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมอาทิ จ.ระยอง,จ.ชลบุรี เดินทางออกจากชลบุรีตั้งแต่ช่วง 3 ทุ่มของเมื่อคืน มาถึงปั้มน้ำมันปตท.กบินทร์บุรี ตีสอง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม จนกระทั่งช่วงสายนี้ การาจรยังคงหนาแน่น แต่สภาพคล่องตัวเพิ่มขึ้น ปริมาณสะสมบริเวณปากทางเข้าอุทยานฯเริ่มลดลง




