ชาวบ้านถอดใจ คดีสังหารโหด "หลวงปู่บู่" ขอส่งร่างสรีระสังขารครั้งสุดท้ายต่างร่างช่วยกันเตรียมสถานที่จัดงาน ด้านคดีให้เป็นหน้าที่ตำรวจ
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.60 คดีสังหารโหด หลวงปู่บู่ กิตติญาโณ อายุ 90 ปี พระเกจิชื่อดัง ถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะ นอนเสียชีวิตอยู่บนกุฎีภายในวัดสุมังคลาราม บ.พังขว้าง ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย.60 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาดโตน เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร และชุดสืบสวน ภูธรภาค 4 ระดมชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามเบาะแสคนร้าย มุ่งประเด็นสังหารไปที่การมุ่งชิงทรัพย์ และปัญหาส่วนตัว นำไปสู่การเรียกบุคคลใกล้ชิด ลูกศิษย์ และชาวบ้าน เข้าไปสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัย และพยานบุคคล รวมถึงการนำพยานวัตถุไปตรวจหาดีเอ็นเอ เพื่อเป็นหลักฐานมัดคนร้าย แต่ล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าของคดี
บรรยากาศที่วัดสุมังคลาราม สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพหลวงปู่บู่ ซึ่งมีกำหนดพิธีบำเพ็ญกุศล ยังมีประชาชน ลูกศิษย์ และชาวบ้าน มากราบสรีระสังขารกันอย่างต่อเนื่อง และมีชาวบ้าน บ.พังขว้าง และศิษยานุศิษย์ส่วนหนึ่ง ได้เตรียมสถานที่เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ตามกำหนดการคือ วันที่เสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น.จะมีการทำพิธีขอขมาสรีระสังขารหลวงปู่บู่ ก่อนจะเคลื่อนออกเมรุชั่วคราว เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลทอดผ้าไตร วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.00 น.ทำพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล ทำพิธีวางไฟต้นเพลิง (เผาหลอก) เวลา 21.00 น.เผาจริง
จากการสอบถามชาวบ้าน และลูกศิษย์ภายในวัดที่มาช่วยงานศพ ทุกคนต่างไม่ให้ความคิดเห็นต่อรูปคดี แต่ต้องการขอทำงานถวายหลวงปู่ เป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งพบว่ามีการนำเหรียญที่ระลึก และวัตถุมงคลของหลวงปู่ มาแจกให้กับผู้ที่มาร่วมบุญบำเพ็ญกุศลศพหลวงปู่บู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นวัตถุมงคลที่ทำขึ้นใหม่ เพื่อหางบประมาณต่อยอดที่จะทำพิพิธภัณฑ์เจดีย์อนุสรณ์ให้กับหลวงปู่บู่ อาทิ การนำผ้าจีวรที่หลวงปู่บู่เคยห่มเมื่อครั้งมีชีวิต นำมาใส่ในล๊อคเก็ตเป็นที่ระลึก เพื่อแจกจ่ายผู้มาร่วมในงานบำเพ็ญกุศลศพครั้งนี้
พระครูสุวรรณสิริชัย เจ้าคณะตำบลพังขว้าง กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ที่เคารพศรัทธาในหลวงปู่บู่ มาร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่บู่ พระผู้เป็นตัวอย่างของพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในส่วนของรูปคดีตนเองไม่ขอยุ่งเกี่ยว แต่จะทำงานศพให้สำเร็จลุล่วงเป็นพอ จากนั้นให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป
ด้านนายนวลจันทร์ ผงสินสุ อายุ 60 ปี กรรมการวัดสุมังคลาราม กล่าวว่า ต้องการให้ตำรวจเร่งรัดจับคนร้ายให้เร็วที่สุด ที่ผ่านมามีแต่บอกว่าคดีใกล้จะจบแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า ตนเองไม่อยากให้คนร้ายยังลอยนวล มันขัดแย้งกับความรู้สึกของชาวบ้าน ทั้งที่หลักฐานและพยานต่างๆ ตำรวจก็เรียกไปสอบหมดแล้ว อยากให้คดีนี้คลี่คลายเร็วที่สุด




