วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศปจร.ภ.4 ยึดรถโจรกรรมคืนเจ้าของ 13 คัน

ศปจร.ภ.4 ติดตามยึดรถโจรกรรม แล้วสวมทะเบียนหลอกขาย คืนเจ้าของ 13 คัน เตือนประชาชนซื้อรถมือสองให้ตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 พ.ย.2560 ที่ลานหน้าอาคารสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ กองบางยาง พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองฯ และชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รองผบก.จว.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 (ศปจร.ภ.4) แถลงข่าวยึดรถยนต์ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจำนวน 13 คัน เป็นรถคดีลักทรัพย์ 2 คัน ยักยอก 1 คัน และรถยนต์สวมทะเบียนหลอกขาย 10 คัน มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 6 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายเดินทางมารับรถหลายรายจากทั้งภาคใต้ ภาคกลาง และตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ที่รถถูกโจรกรรมไป

พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า รถที่ยึดได้มีทั้งรถที่ถูกลักทรัพย์ ยักยอก และรถถูกโจรกรรมสวมทะเบียน โดยการนำเอาแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนของอีกคันมาใช้กับอีกคัน แล้วนำไปหลอกขายให้กับประชาชน มีรูปแบบการขายเหมือนกับรถทั่วไป ทั้งเงินสดเงินผ่อนหรือชำระเป็นงวดๆ บางรายอาจะสังเกตง่ายเพราะราคาจะถูกกว่าปกติ ซึ่งกรณีนี้ผู้ซื้อมักจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นรถที่ไม่ถูกต้อง แต่มีบางกรณีที่สวมทะเบียนแล้วเข้าเต็นท์ขายตามราคาท้องตลาดจนคนซื้อไม่ผิดสังเกต จึงต้องมีการตรวจสอบประวัติ ทะเบียน ทั้งตัวเลขรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลงขูดลบแก้ไขหรือไม่ ผ่านป้ายทะเบียน สำเนาคู่มือจดทะเบียนที่มีรายละเอียดตัวเลขรถ เลขเครื่องที่ตรงกัน แผ่นป้ายแสงการเสียภาษีประจำปี

เพื่อความรอบคอบให้นำไปตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งว่าทุกอย่างถูกต้อง ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือจ่ายเงิน