"รอง ผบ.ตร." ย้ำผลการตรวจกระดูก-ดีเอ็นเอยืนยันเป็น "ผอ.อ้อย" พร้อมมอบตำรวจภูธรภาค 3 หาพยานหลักฐานดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
จากกรณีบิดาและมารดาของ นางจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี หรือ ผอ.อ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าบุตรสาวได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งคาดว่าการหายตัวไปดังกล่าว อาจจะพัวพันกับนายทหารยศร้อยเอก สังกัดกองทัพบก ซึ่งต่อมาบิดาและมารดาได้พยายามค้นหาจนกระทั่งพบชิ้นส่วนมนุษย์ ทั้งกระโหลกศรีษะ ชิ้นเนื้อมนุษย์บางส่วน รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ของ นางจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ใกล้กับค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานต่างๆ ที่พบส่งไปตรวจสอบที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับนำดีเอ็นเอ.ของบิดาและมารดา ของนางจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ไปตรวจสอบเทียบเคียง โดยผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นชิ้นส่วนของ ผอ.อ้อย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดี นางจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ว่า สำหรับคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตามสืบสวนสอบสวนมาเป็นระยะเวลานาน ส่วนแนวทางการสืบสวนเน้นการใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งผลการตรวจจาก รพ.ตร. ยืนยันว่า โครงกระดูกที่พบใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทั้งกะโหลกศีรษะ และกระดูกต้นขา ตรงกับ ผอ.อ้อย จริง หลังจากนี้ต้องมีการดำเนินการต่อไป ซึ่งตนได้มอบให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ) 3 ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เป็นทหารยศ "ร้อยเอก" พนักงานสอบสวนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในวันนี้ ส่วนจะให้ประกันตัว หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน ซึ่งตนได้มอบหมายไปหมดแล้ว





