วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านเดือดไม่ต้อนรับ 'อบต.บ้านปทุม' ปมไม่ช่วยตอนน้ำท่วม

"นายอำเภอสามโคก" รุดเคลียร์! หลังชาวบ้านเดือดขึ้นป้ายไม่ต้อนรับ "อบต.บ้านปทุม" ปมไม่ช่วยตอนน้ำท่วม หลังจากนั้นมาถ่ายรูปแก้น้ำท่วมหวิดปะทะกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ ระบุข้อความว่า วัดถั่วทองไม่ขอต้อนรับฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปทุมทุกท่าน โดยปักป้ายไวนิลขนาด 4x6 เมตร สีเหลืองที่บริเวณหน้าวัดถั่วทอง ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

จากการสอบถามนายพีระศักดิ์ พงษ์พุฒิพัฒน์ กำนันตำบลบ้านปทุม กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ต.ค.60 ที่ผ่านมา ที่วัดถั่วทองน้ำได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่โรงเรียนและบ้านเรือนประชาชนข้างเคียงวัดถั่วทอง โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานีและประชาชนใกล้เคียงช่วยกันก่อกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำและนำเครื่องสูบน้ำมาสูงออก ส่วนบริเวณเขื่อน ตนเองได้นำรถแม็คโครจำนวน 3 คัน มาขุดดินทำเป็นคันกั้นน้ำรวมถึงน้ำกระสอบทรายมาถมบริเวณที่น้ำทะลักใต้เขื่อนหน้าวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ในวันนั้นทางเจ้าหน้าที่ อบต.บ้านปทุม ได้อาสาจะนำกระทรายและทรายมาเพิ่มให้จำนวน 5,000 กระสอบ แต่เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นทำให้ วัด โรงเรียนและประชาชนใกล้เคียงเดือดร้อน จึงไปขอวัสดุดังกล่าวกลับยังไม่ส่งมา ทางวัดจึงต้องใช้เงินของวัดที่ชาวบ้านร่วมกันทำบุญมาซื้อกระสอบทรายและทรายมาก่อกระสอบเพื่อเสริมป้องกันน้ำท่วมลดความเสียหาย

เมื่อชาวบ้านได้ช่วยในการป้องกันน้ำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาในวันที่ 28 ต.ค.60 ทาง อบต.บ้านปทุม ถึงได้นำทรายและกระสอบทรายมา โดยให้เจ้าอาวาสมายืนถ่ายภาพ แต่ท่านเจ้าอาวาสไม่ยอม เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาต้องการความช่วยเหลือ ฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปทุมไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านและทางวัดเลย ต่อมาชาวบ้านและลูกศิษย์วัดจะเอากระสอบมาใส่ทรายเพื่อป้องกันนั้น ทาง อบต.บ้านปทุมก็ไม่อนุญาตโดยอ้างว่าต้องมาให้เองและถ่ายภาพด้วย ชาวบ้านจึงไม่พอใจและขึ้นป้ายไวนิลดังกล่าว

จนกระทั้ง นายไพรัตน์ ลิ่มสกุล นายอำเภอสามโคก ได้เข้ามาไกล่เกลี่ยระหว่างชาวบ้านและ อบต.บ้านปทุม โดยให้ทางชาวบ้านนำป้ายลง และจะไปพูดคุยกับทาง ฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปทุม เพื่อให้ช่วยเหลือเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน