ผู้ว่าฯ กทม.เผยได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ ขณะนี้น้ำแห้งเกือบทุกจุดแล้ว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีก พร้อมขอโทษที่ต้องเดือดร้อน
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ คณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจจุดน้ำเร่งระบายบริเวณปั๊ม ปตท.วิภาวดี และหน้าอาคารการบินไทย สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดี ซึ่งเกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากมีฝนตกหนักตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. (13 ต.ค. 60) ต่อเนื่องจนถึงเวลา 06.00 น. ของเช้าวันนี้ (14 ต.ค. 60)
ผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักมากปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 13 ต.ค.ต่อเนื่องจนถึงเวลา 06.00 น. ของเช้าวันที่ 14 ต.ค.2560 โดยมีปริมาณฝนสูงสุดที่สำนักงานเขตพระนครวัดได้ 214.5 มม. สถานีสูบน้ำภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ 214 มม.สถานีสูบน้ำคลองมอญ เขตบางกอกน้อย 208 มม.สำนักงานเขตยานนาวา 195 มม. คลองสนามชัย เขตจอมทอง 178 มม. และบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 177.5 มม.
ซึ่ง กทม.ได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 มม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ จึงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 55 จุด และเจ้าหน้าที่ กทม.ได้ระดมกำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ขณะนี้น้ำแห้งเกือบทุกจุดแล้ว คงเหลือเฉพาะบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ถนนเพชรเกษม ถนนอโศกมนตรี ถนนเอกมัย ซึ่งกรุงเทพมหานคร จะเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะแห้งหมดทุกจุดและกลับสู่สภาวะปกติต่อไป
ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตตรวจสอบสภาพพื้นที่พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน
สำหรับการบริหารจัดการน้ำเหนือที่จะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่พื้นที่กรุงเทพนั้น ผู้ว่าฯ พร้อมคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งรับน้ำเหนือที่กรมชลประทานระบายเข้าสู่พื้นที่ กทม. ในอัตรา 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาทีแล้ว ยังอยู่ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมากกว่า 1 เมตร ส่วนชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำจำนวน 18 ชุมชน ในพื้นที่ 10 เขต รวม 430 หลังคาเรือน ที่จะได้รับผลกระทบนั้น กทม.ได้มีการเตรียมการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไว้แล้ว เช่น วางกระสอบทรายในแนวฟันหลอ การสร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกชุมชน และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เป็นต้น
ผู้ว่าฯ กล่าวต่อไปว่า ต้องขอโทษประชาชนด้วยที่ต้องเดือดร้อนกับปัญหาน้ำท่วมขัง แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีค่อนข้างเยอะ ประกอบกับน้ำในคลองก็มีปริมาณมากจึงส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มที่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการจัดเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ แห้งเกือบหมดแล้วเหลือเพียง 2-3 จุดเท่านั้นที่ยังมีน้ำขังอยู่ แต่ลดลงเรื่อยๆ เนื่องจาก กทม.กำลังเร่งระบายน้ำในจุดที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีกไม่นานน้ำน่าจะแห้งทั้งหมด พร้อมกันนี้ขอขอบคุณประชาชนที่ทิ้งขยะได้ถูกที่มากขึ้น ปัจจุบันอาจมีขยะอุดตันตะแกรงระบายน้ำบ้างแต่เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ซึ่ง กทม.เร่งระบายน้ำในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ส่วนกรณีข่าวลือในสื่อออนไลน์ว่าจะมีการปิดคลองแสนแสบเพื่อระบายน้ำเหนือนั้น ผู้ว่าฯ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการระบายน้ำเหนืออาศัยการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ซึ่ง กทม.และกรมชลประทานได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ และสามารถติดตามข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงจาก กทม.รวมทั้งแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ ID Line : @bkk_best ,www.facebook.com/bkk.best , ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0 2248 5115 หรือสายด่วน กทม.1555




