ตำรวจชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ โชว์รวบแก๊ง “นักศึกษาเทคโน” ควงปืนปล้นทรัพย์ รับสิ้นทำไปเพราะเมายากล่อมประสาท พบประวัติโชกโชนก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
เมื่อวันที่ 01.00 น.วันที่ 1 ต.ค.2560 พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ และร.ต.อ.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ร่วมกันจับกุมตัวนายหัศกร กอบชัยณรงค์ อายุ 22 ปี นายซุกรี่ อ่วมงามอาจ อายุ 21 ปี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาแก๊งปล้นทรัพย์ พร้อมของกลางปืนปากกา ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 7 นัด ลูกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด และมีดปลายแหลม ยาวประมาณ 8 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม โดยสามารถจับกุมนายหัศกร ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ตรอกตาแทน ซอย 1 เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และสามารถจับนายซุกรี่ ได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 85/16 ถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.เวลาประมาณ 18.30 น.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.ย. เวลาประมาณ 02.50 น. ได้มีคนร้ายจำนวน 6 คน ขับขี่รถจยย. จำนวน 3 คัน ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหายที่บริเวณถนนสุขุมวิท 33 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โดยได้ทรัพย์สินคือ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 7 พลัส สีขาว จำนวน 1 เครื่อง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เสียหายได้มาแจ้งความกับทางตำรวจ จากนั้นชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการสืบสวนจนทราบรูปพรรณของคนร้ายทั้ง 3 ที่ก่อเหตุ และสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
สอบสวน นายหัศกร ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนเป็นของตนจริง โดยรุ่นพี่โรงเรียนเทคโนแห่งหนึ่งได้ให้มาหลายปีแล้ว เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากคู่อริ ทั้งนี้ เจ้าตัวยังให้การว่าไม่ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ แต่อยู่ในเหตุการณ์ เข้าไปดูสถานการณ์ที่นายซุกรี่ เข้าไปทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย เพียงแค่ยืมมาดูว่าโทรศัพท์รุ่นอะไร แล้วคืนนายซุกรี่ กลับคืนไป
ขณะที่ นายซุกรี่ ให้การรับสารภาพว่า อาวุธมีดที่พบเป็นของตนจริง พกไว้เพื่อป้องกันตัว และใช้มีดเล่มดังกล่าวก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย โดยมีเหตุจูงใจในการก่อเหตุมาจากอาการเมาเม็ดโรเช่ จนควบคุมสติไม่อยู่ ประกอบกับขณะลงมือก่อเหตุ ผู้เสียหายนั่งอยู่คนเดียว จึงลงมือก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหายได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ iPhone 7พลัส สีขาว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้นำไปฝากเพื่อนชื่อเป็ดไว้ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว
ทางด้าน นายเอ (นามสมมิต) ให้การภาคเสธว่า ไม่ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ แต่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเป็นคนขับขี่รถจยย. PCX สีแดง หมายเลขทะเบียน 1959 กทม. และมีนายหัศกร เข้าไปดูสถานการณ์ที่นายซุกรี่ เข้าไปทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนโทรศัพท์มือถือที่นายซุกรี่ ได้มา ตนไม่เห็นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า คนร้ายกลุ่มนี้ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้งในละแวกใกล้เคียง และยังเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน ทั้งนี้ ยังทราบอีกว่าคนร้ายกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาเทคโนโลยี และชื่นชอบเมายากล่อมประสาท อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะกับบุคคลในครอบครัว จนต้องออกมาระบายอารมณ์กับผู้เสียหาย เหยื่อส่วนใหญ่มักอยู่เพียงคนเดียวตามสถานที่เปลี่ยว เมื่อทำการตรวจสอบประวัติพบว่า กลุ่มคนร้ายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกด้วย
เบื้องต้นแจ้งข้อหา นายหัศกร “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด และยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม” แจ้งข้อหานายซุกรี่ "พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด และยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม" และแจ้งข้อหา นายเอ "ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด และยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม"ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป





