นายอำเภอสัตหีบ นำกำลังบุกจับ "จ่าหนู" รอบ 3 นายทุนบุกรุกถางป่าหวังยึดครองที่ดินเขามะละกอ มูลค่าร้อยล้าน (มีคลิป)
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 ก.ย.60นายกฤษณพันธ์ เดชครุธ นายอำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรีพร้อมด้วย พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน นายจักรกฤษ แสงกุหลาบ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามป่าไม้ ชบ.1 (บ่อทอง) นายสมศักดิ์ ทับกลัด กำนันตำบลนาจอมเทียน นายบรรจง สันทวี สารวัตรกำนันตำบลนาจอมเทียน และนายสนอง สุภาผล ผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียนหมู่6ได้สนธิกำลังรวมมกว่า 10 นาย เข้าทำการปิดล้อมพื้นที่เชิงเขามะละกอ ม.6ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนสามารถจับกุมผู้บุกรุกดินสาธารณะ และแผ้วถางป่า เพื่อหวังครอบครองสิทธิในที่ดิน ได้ผู้กระทำความผิด 2 ราย คือ นายสุนทร ทองโปร่ง หรือจ่าหนู อายุ 53 ปี อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ และนายประมุข เกตุทอง อายุ 52 ปี พร้อมของกลางรถแบคโฮ 1 คัน ข้อหาร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมี นายจักรกฤษณ์ แสงกุหลาบ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานฯ เป็นผู้กล่าวโทษยื่นฟ้องดำเนินคดี
นายกฤษณพันธ์ เปิดเผยว่า เขามะละกอ เป็นเนินเขาตั้งอยู่บนเนื้อที่ 22 ไร่ เป็นทำเลทอง หากตีมูลค่านับร้อยล้านบาท ตั้งอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ฯลฯ ทำให้นายทุนต่างหวังเข้ามาช่วงชิงเพื่อครอบครองที่ดินผืนนี้ ในอดีตได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ครอบครองโดยไม่ชอบธรรม ก่อนจะมีการเพิกถอนไปในที่สุด จึงสรุปได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงสภาพเป็นป่าตามมาตรา4แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ให้อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ ที่ผ่านมามีกลุ่มนายทุน อ้างการมีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินถูกต้อง และมีการนำไปขายต่อกันเป็นทอดๆ ทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเข้ามาบุกรุกแปรสภาพพื้นที่แห่งนี้ ต้องสูญเงินแล้วนับล้านบาท และถูกจับกุมดำเนินคดี ทำให้ปัจจุบันผืนป่าบนเนินเขามะละกอ ได้ถูกแผ้วถางจนเกือบจะเป็นเขาหัวโล้น
ล่าสุด ในช่วงบ่ายได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์ นำรถแม็คโครเข้ามาแผ้วถางป่าบนเนินเขามะละกอ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลัง ก่อนจู่โจมเข้าจับกุมผู้บุกรุก เบื้องต้น นายสุนทร หรือจ่าหนู อดีตตำรวจกองปราบ ได้ออกมาแสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน โดยอ้างว่า ที่ดินผืนดังกล่าวมีเอกสารสิทธิครอบครองที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่มีเอกสารใดมาแสดง โดยมีการว่าจ้างรถแม็คโครมาทำการปรับพื้นที่ตัดทำลายต้นไม้ ให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกทางการจับกุมในลักษณะเช่นนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่รู้จักเข็ดหลาบ บุกรุกเข้ามาแผ้วถาง เพื่อหวังครอบครองที่ดินผืนนี้เป็นของตนเองให้จงได้




