ผบช.ภ.7 นำทีมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 6 ผู้ต้องหา บุกทำร้ายสองตายายเศรษฐีนีเมืองกาญจน์ ก่อนยกตู้เซฟเก็บเงินสดพร้อมทองคำค่าเกือบ 2 ล้านบาท เผย 2 ใน 6 รับสารภาพเพิ่งยกเค้าบ้านอดีตนายก อบต.หนองตากยา ได้ทรัพย์สินร่วม 8 ล้านบาท
ความคืบหน้ากรณี 4 คนร้าย บุกเข้าไปภายในบ้านเลขที่ 100/2 หมู่ 1 ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี แล้วร่วมกันรุมทำร้ายนายธัญบูรณ์ จงถาวรพาณิชย์ อายุ 70 ปี และนางอุทัย เซี่ยงจ๊ง อายุ 62 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน และใช้เชือกมัดมือมัดเท้าพร้อมนำกระดาษกาวมาปิดเอาไว้
จากนั้นลากตู้เซฟที่อยู่ภายในห้องนอนออกไปทางด้านหลังบ้านยกขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป โดยในตู้เซฟมีเงินสด จำนวน 500,000 บาท สร้อยคอทองคำหนักประมาณ 25 บาท
นอกจากนี้ยังมีแหวนทอง พระเลี่ยมทอง รวมมูลค่าประมาณ 2,000,000 บาท ที่คนร้ายได้ไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลา05.30 น.ของวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 ได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภาค 7 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ่อพลอยเร่งหาสืบสวนสอบสวนเพื่อหาหลักฐานในการติดตามจับกุมตัว 4คนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.วานนี้ 15 ก.ย.60 พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภาค 7 พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สุรพจน์ พิศุทธิ์วงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สรวัชร์ ศรีบุตตะ
ผกก.สภ.บ่อพลอย พ.ต.ท.เวช พิสูตร์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.ประวิตร เที่ยงน่วม รอง ผกก(สอบสวน) สภ.บ่อพลอย พ.ต.ท.กาศภณ ปฐมังรอง ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.นิธิศ ศรีพรหมคำ รอง ผกก.สส.สภ.บ่อพลอย
นำตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ประกอบด้วย 1.นายเมกานต์ณัท หรือหมาย บัวตะมะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/5 หมู่ 5 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี 2.นายสันติ หรือสัน มะไพร อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/3 หมู่ 7 ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 3.นายเอื้อน หรือกบ โยธา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ 11 ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และ 4.นายวิวัฒน์ หรือบ๊วย ศรมยุรา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 778/12 หมู่ 1 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี 5.นายอ๊อด หรือปาน จันทร์นิยม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 215/6 หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ 6.นายสุรศักดิ์ หรือเอ็ม ฤกษ์โหรา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 8 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อพลอย สภ.หนองรี และ สภ.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา มาดูแลความปลอดภัย ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวเดินทางมาดูหน้าของผู้ต้องหาหลายร้อยคน มีนายธัญบูรณ์ จงถาวรพาณิชย์ อายุ 70 ปี และนางอุทัย เซี่ยงจ๊ง อายุ 62 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นผู้เสียหายคอยสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำแผนอย่างใกล้ชิด โดยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 ควบคุมการทำแผนด้วยตนเองซึ่งใช้เวลาในการทำแผนนายกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บ่อพลอย
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 เปิดเผยภายหลังว่า ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนจะลงมือก่อเหตุ 2 วัน นายเอื้อน หรือกบ โยธา ได้ไปติดต่อกับนายเมกานต์ณัท เพื่อจะทำการปล้นทรัพย์สินบ้านของผู้เสียหาย เนื่องจากก่อนหน้านี้นายเอื้อน ทราบมาว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเก็บทรัพย์สินเงินทองเอาไว้เป็นจำนวนมาก และทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดีว่า จะเปิดร้านหรือปิดร้านขายของชำในช่วงเวลาเท่าไหร่
เมื่อตกลงกันแล้วเสร็จนายเมกานต์ณัท จึงได้ติดต่อไปหาพรรคพวกที่จะมาร่วมลงมือก่อเหตุ คือนายสันติ นายอ๊อด และนายสุรศักดิ์ โดยให้ทั้งหมดรออยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
จนกระทั่งวันที่ 7 ก.ย.นายเอื้อนและนายวิวัฒน์จึงขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก สีขาวหมายเลขทะเบียน ไปรับนายเมกานต์ณัท พร้อมพวกในเขตพื้นที่อำเภอบางแพ จ.ราชบุรีและมาพักรอเวลาเข้าปล้นอยู่ที่บ้านของนายเอื้อน หรือกบ
และเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 8 ก.ย.กลุ่มผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดักซุ่มที่หลังบ้านของผู้เสียหาย จนกระทั่งพบเจ้าของบ้านตื่นนอนและเข้าไปทำอาหารที่ห้องครัวหลังบ้าน เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาเห็นจึงได้วิ่งเข้ามา แล้วจัดมัดมือมัดเท้านายธัญบูรณ์ และนางอุทัย เซี่ยงจ๊ง สองสามีภรรยาเอาไว้ พร้อมทั้งทำร้ายร่างกายด้วย จากนั้น 1 ในคนร้ายได้เข้าไปหยิบอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอกที่อยู่ในห้องนอน ส่วนตู้เซฟอยู่ห้องนอนที่ตรงข้ามกัน และเมื่อได้ตู้เซฟไป 1 ในกลุ่มผู้ต้องหา จึงขับรถยนต์กระบะมารับตู้เซฟ
แล้วมุ่งหน้าไปหลบอยู่ที่บ้านของนายสันติ ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
เมื่อกลุ่มคนร้ายสามารถตัดตู้เซฟได้ ก็นำเงินสดและทองคำไปแบ่งกัน จากนั้นนำตู้เซฟไปทิ้งลงในน้ำบริเวณคลองไผ่สามเกาะ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จากนั้นได้นำรถยนต์กระบะที่ใช้ก่อเหตุไปเปลี่ยนสีที่อู้ทำสีรถยนต์แห่งหนึ่ง แต้สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวผู้ร่วมลงมือก่อเหตุได้ทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินเจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนมาได้เป็นเงินสดประมาณ 1 แสนบาท
พร้อมทองจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 เป็นของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 1 กระบอก รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผร 4528 ชลบุรีจำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 เปิดเผยต่อว่า สำหรับนายเมกานต์ณัท และนายสัติ ยังรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่อีกว่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้ลงมือก่อเหตุบุกเข้าไปยกตู้เซฟภายในบ้านของนายธวัชชัย วณิชยาพณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ทรัพย์เป็นทองรูปพรรณ หนัก 100 บาท และพลอยไพลินดิบ หนัก 1 กิโลกรัม
รวมมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่ลงมือก่อเหตุด้วยกันอีก 2 คนอยู่ระหว่างการหลบหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ นายธัญบูรณ์ จงถาวรพาณิชย์ อายุ 70 ปี และนางอุทัย เซี่ยงจ๊ง อายุ 62 ปี สองสามีภรรยา ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็วภายใน7 วันเท่านั้น




