หิ้วตัว 2 โจ๋ ทำแผน หลังประกาศศักดาไล่กระทืบนักข่าว วิคหมอชิต อาการปางตาย ฉนวนเหตุ ไม่พอใจโดนบีบแตรใส่
พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี,พ.ต.ท.ธัญภัทร บุญสุข รอง ผกก.สส.(สืบสวน)สภ.เมืองจันทบุรี,ร.ต.อ.เฉลิมกิต นุ่มเอือม รอง สว.ป.สภ.เมืองจันทบุรี,ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองจันทบุรี ร่วมกันควบคุมตัว นายชนวีร์ หรือ โต้ นาครินทร์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่103ซอยท่าแฉลบ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี และ นายพีรศุภ หรือ ไนซ์ ปานหลุมเข้า อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่26ซอยเมตตา1ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี สองผู้ต้องหา พร้อมรถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ หมายเลขทะเบียน3กว3054กรุงเทพมหานครฯ,รถ จยย.ฮอนด้า สกู๊บปี้ไอ สีแดง หมายเลขทะเบียน1กค9255ระยอง พาหนะที่ใช้ก่อเหตุร่วมกันรุมทำร้าย นายศรายุทธ มีทับทิม อายุ35ปี อยู่บ้านเลขที่72/3ม.3ต.เกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี ผู้ช่วยผู้สื่อข่าว ช่อง7และ ยังเป็นน้องชายแท้ๆของ นายไตรรงค์ มีทับทิม ผู้สื่อข่าวช่อง7ประจำ จ.จันทบุรี จนอาการสาหัส ภายในซอยบัวสวัสดิ์ ข้างโรงแรมจันทบุรี เซ็นเตอร์ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อเวลา03.50น.เช้ามืดวันที่14ก.ย.60ที่ผ่านมา โดยในการทำแผนฯ นายศรายุทธ ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหา พร้อมกับญาติพี่น้อง หลังจากทางแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้
ซึ่งนอกจากตัวนายศรายุทธ แล้ว ยังมีชาวบ้านที่ทราบข่าว ตลอดจนเพื่อนพี่น้องสื่อมวลชนใน จ.จันทบุรี เดินทางมาร่วมดูหน้า พร้อมกับทำข่าว2ผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการดูแลเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่หลายสิบนาย แต่ก็ไม่พ้นขณะทำแผนจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง2คน รุมกระทืบ พี่ชายนายศรายุทธ ถึงกับเก็บอาการไม่ไหวตะบันหน้าหนึ่งในผู้ต้องหาไปหนึ่งครั้ง เพื่อเกิดความหลาบจำในพฤติกรรมที่ป่าเถื่อนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงยกเลิกการขอขมาผู้เสียหาย ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถ กลับโรงพักทันที
พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ทั้งนี้จากการทำงานของชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี อย่างรวดเร็ว ในการพยายามแกะรอยเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุขับขี่ รถ จยย.หลบหนี จากภาพวงจรปิดตามจุดหลักสำคัญต่างๆ เพียง10ชั่วโมง หลังก่อเหตุก็สามารถติดตามจับกุมตัว นายชนวีร์ และ นายพีรศุภ2ผู้ต้องหาได้ ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก จนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง2คน ได้ร่วมกันรุมทำร้าย นายศรายุทธ จนได้รับบาดเจ็บจริง เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมา และไม่ทราบว่าเป็นนักข่าว ส่วนชนวนสาเหตุมาจาก ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้ขี่รถ จยย. ประกบข้างคุยกันมา จนนายศรายุทธ คู่กรณีขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าMSXหมายเลขทะเบียน1กข6678ตราด ตามหลังมาแล้วบีบแตรใส่เพื่อขอทาง และเร่งเครื่องแซงขึ้นมาทางขวา เนื่องจากจะรีบไปทำข่าวห่างจากจุดเกิดเหตุไม่กี่ร้อยเมตร ทำให้ผู้ต้องหาทั้ง2คน เกิดความไม่พอใจหันมาตะโกนเรียกให้ นายศรายุทธ จอดรถ พร้อมกับถามว่า บีบแตรมองหน้าหาเรื่องเหรอ จากนั้น จึงได้ตรงเข้าทำร้าย ก่อนที่ นายศรายุทธ จะจอดรถวิ่งหลบหนีไปช่วงบริเวณทางเข้าโรงแรม จนถูกตามมาทัน จึงหันกลบไปต่อสู้ป้องกันตัว ก่อนที่จะถูกผู้ต้องหาทั้ง2คมรุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ภายหลังการสอบสวน ทั้ง2คนก็ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำส่ง ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ขณะที่ นายศรายุทธ มีทับทิม ผู้เสียหาย ซึ่งมีอาการดีขึ้นแต่ต้องยังพบแพทย์อยู่เป็นระยะ กล่าวว่า อยากให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนน เพิ่มความระมัดระวังและมีน้ำใจให้กับผู้อื่นบ้าง ถนนสาธารณะไม่ใช่ของตนเองนึกจะอยากทำอะไรก็ได้ ซึ่งปรกติแล้วตนเองบีบแตรรถอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณ บอกให้คันอื่นเพิ่มความระมัดระวัง แต่กลับกลายเป็นว่าการบีบแตรเป็นการหาเรื่อง จนต้องถูกทำร้ายสาหัส




