พ่อแม่ "น้ำมนต์" สาวหลอกหนุ่มแต่งงานเบี้ยวสื่อ หลังให้พาเข้ามอบตัว
จากกรณนางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ อายุ 32 ปี หลอกชายหนุ่มร่วม 20 คน ให้แต่งงานและหอบสินสอดหนี จนกระทั่งผู้เสียหายแห่เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนางสาวจริยาภรณ์ ข้อหาหลอกลวง ฉ้อโกง และยังมีหมายจับอีกหลายท้องที่ จนกระทั่งลูกสาวประสานมายังผู้สื่อข่าว ว่านายบุญเลี้ยง และสำรอง บัวใหญ่ พ่อแม่ของนางสาวจริยาภรณ์ ขอเข้ามอบตัวผ่านสื่อ โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่าไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นของลูกสาวแต่อย่างไร
จนมาวันนี้ (เวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ย.60 ) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางรัตนพร (นามสมมุติแดง) บัวใหญ่ พี่สาวคนโตของนางสาวจริยาภรณ์ ที่บ้านสวนห่างจากบ้านของนางสาวจริยาภรณ์ประมาณ 3-4 ก.ม. โดยนางแดง ได้ต่อสายให้ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางสาวนุชราพร (นามสมมุติฟ้า) บัวใหญ่ พี่สาวคนที่สองของนางสาวจริยาภรณ์ ที่เป็นเสมียนบัญชีอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยบอกว่าพ่อแม่จะไม่เข้าพบตามที่นัดหมายกับผู้สื่อข่าว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องน้องสาว เพียงบอกว่าพ่อแม่ไม่ได้ไปไหนอยู่ไม่ไกลจากที่บ้าน ส่วนน้องสาวไม่สามารถติดต่อได้ พ่อแม่จะติดต่อมาหาเอง ส่วนการดำเนินคดีก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ส่วน นางรัตนพร เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบจริงๆ ว่าพ่อแม่อยู่ที่ไหน และติดต่อไม่ได้ มีเพียงน้องสาวที่อยู่กรุงเทพจะเป็นผู้ติดต่อมาเอง ส่วนเรื่องที่พ่อแม่จะเข้าพบผู้สื่อข่าวเพื่อเปิดเผยความจริงว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับทราบจากน้องสาวว่ายกเลิก พ่อแม่จะไม่มาพบผู้สื่อข่าว ตนเองก็ไม่ทราบเหตุผล ทั้งที่นัดหมายกับผู้สื่อข่าวไว้แล้ว ทั้งนี้อยู่ที่น้องสาวเป็นผู้ตัดสินใจ และตั้งแต่เกิดเรื่องน้องสาวมา ครอบครัวตนเองหาเช้ากินค่ำลำบากมากช่วงนี้ เกิดความเครียด สับสน นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นจะจริงหรือไม่ก็อยากวิงวอนพ่อแม่และน้องสาวออกมาชี้แจงและเข้ามอบตัว หนีไปก็ไม่พ้นทำให้คนอื่นลำบากไปด้วย
จากการลงพื้นที่ยังทราบว่าพ่อของนางสาวจริยาภรณ์ เป็นชาวสวนธรรมดา ส่วนแม่เป็นแม่บ้านที่โรงเรียนประชานุเคราะห์ 52 อ.วังสะพุง จ.เลย ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนสอบถามนายนรวัฒน์ อัมภวา ผอ.โรงเรียนฯ ชี้แจงว่านางสำรอง เป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่โรงเรียน (แม่บ้านโรงครัว) ตั้งแต่เกิดเรื่องนางสำรอง ก็หยุดงานไปโดยไม่เขียนใบลาแต่อย่างไร จนทางโรงเรียนแทงเรื่องว่าหยุดงานโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนเรื่องส่วนตัวไม่ทราบเลย ทางโรงเรียนพยามติดต่อก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องให้ออกเพราะขาดงาน
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เปิดว่า รู้จักกับนางสำรอง ทำงานที่โรงเรียนประชานุเคราะห์ 52 ไม่เคยพูดหรือเล่าเรื่องลูกสาวให้ฟัง ไม่เคยเชิญการ์ดแต่งให้เลยสักครั้ง และไม่เคยบอกว่าลูกสาวอยู่ไหนทำงานอะไร เพียงทราบว่าเคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ เทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย เท่านั้น จนมาทราบเรื่องจากข่าวก็ตกใจมาก นางสำรอง ชอบซื้อบ้านขายบ้านอยู่ตลอดเวลา พื้นเพเป็นคนโคราช ไม่ใช่คนวังสะพุงแต่อย่างไร
และจากการตรวจสอบยังพบว่า นางสาวจริยาภรณ์ ได้แอบอ้างตัวเองว่าชื่อนางสาวสร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ แต่งงานกับเหยื่อรายหนึ่งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.58 เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แม้กระทั่งชื่อพ่อแม่ก็เปลี่ยน โดยทุกครั้งที่พ่อแม่ไปงานแต่งของนางสาวจริยาภรณ์ พบว่ามีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลของพ่อแม่แทบทุกครั้ง ส่วนพ่อแม่และนางสาวจริราภรณ์ แหล่งข่าวแจ้งว่าได้หลบหนีไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่สนิท จ.นครราชสีมา โดยมีลูกสาวคนที่สอง ชื่อนุชราพร บัวใหญ่ เป็นผู้ประสานและติดต่ออยู่ตลอดเวลา




