แม่วอนให้ปล่อยตัวลูกสาว แม้จะโอนเงินให้แล้ว ทำกับข้าวรอกลับติดต่อไม่ได้ หลังเพื่อนสนิทบอกว่าต้องการเงินไปเคลียร์ค่ายาเสพติดให้คนมีสี
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เรียกประชุมด่วน ถึงความคืบหน้าการติดตามหาตัว น.ส.กิ่ง นามสมมุติ อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ที่หายตัวไปจากบ้านนานกว่า 5 วัน พร้อมรถกระบะ โตโยต้า วีโก้แคป สีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กทม. ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดย น.ส.กิ่ง บอกกับทางบ้านว่า จะเข้ามาทำธุระในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนทางนายกิตติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี และนางทองยุ่น แพงคำฮัก อายุ 57 ปี พี่ชายและแม่ของ น.ส.กิ่ง เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี และ ร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ให้เร่งติดตามตัว เพราะเกรงว่า น.ส.กิ่ง จะได้รับอันตราย เนื่องจากมีการติดต่อทางข้อความทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทในหมู่บ้านว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไปเก็บเงินมาจ่ายค่ายาเสพติดให้กับคนมีสี
โดยการประชุมติดตามความคืบหน้า การสืบสวนติดตามหาตัว น.ส.กิ่ง มี พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สืบสวน พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สืบสวน ส.เมืองอุดรธานี เพื่อหาแนวทางการสืบสวนติดตามตัว น.ส.กิ่ง ทั้งการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือ และการส่งข้อความคุยกับเพื่อนสนิท แต่ไม่อนุญาตผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังทุกสถานีทั้ง 23 แห่ง รวมทั้งชุดสืบสวนจังหวัด ชุดสืบสวน ภ.4 และ แจ้งไปยังสถานีตำรวจจังหวัดข้างเคียง เพื่อประสานการปฏิบัติ ในการสืบหาตัว น.ส.กิ่ง ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งนี้อยู่ในระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่สามารถตอบได้ว่า ขณะนี้เหตุการณ์เป็นในทางบวกมากกว่า เชื่อว่าผลการติดตามตัว น.ส.กิ่ง ในช่วงแรก ๆ นี้ คงจะคลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนข้อความที่มีการคุยกับเพื่อน เรื่องที่บอกว่าไปเก็บเงินค่ายา ให้ตำรวจในอุดรธานี เรื่องนี้ เราต้องได้ตัว น.ส.กิ่ง กลับมาก่อน จึงจะสามารถดำเนินการหาตัวได้ เพราะตอนนี้ถ้าไปสืบสวนทางปลายเหตุขึ้นมา ก็คงจะไม่ได้อะไร ต้องรอให้ได้ตัว น.ส.กิ่ง มาก่อน จึงจะสามารถให้เขายืนยันได้ว่าเป็นใคร และเราจะสามารถคลี่คลายตรงจุดนี้ได้ แต่ตอนนี้ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อน
ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 87 หมู่ 3 บ้านนาอ้ายใหญ่ ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.กิ่ง พบว่าที่บ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว สร้างอยู่กลางสวนยางพารา ภายในบ้าน พบนางทองยุ่น แพงคำฮัก แม่ของ น.ส.กิ่ง พร้อมญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวกว่า 20 คน ที่มาให้กำลังใจกับครอบครัว พร้อมสอบถามติดตามความคืบหน้าในการหายตัวไปของ น.ส.กิ่ง โดยทางบ้านมีการทำอาหารเลี้ยงรับ เพื่อรอทราบความคืบหน้าการหายตัวไปของ น.ส.กิ่ง
ซึ่งนางทองยุ่นฯ เปิดเผยว่ามีลูกทั้งหมด 4 คน น.ส.จิรานุช เป็นลูกคนสุดท้อง อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องฉีดยาเข้าหน้าท้องเป็นประจำ แต่งงานได้ 4 ปี แต่ยังไม่มีลูก ส่วนสามีเดินทางไปทำงานอิสราเอลได้ 1 เดือน หลังจากไปแจ้งคนหาย และร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี แล้ว จนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (6 ก.ย.) น.ส.สิริกัญญา อายุ 25 ปี เพื่อนสนิทของ น.ส.กิ่ง ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหา และบอกว่า น.ส.กิ่ง ส่งข้อความมาหา ขอยืมเงิน 6,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายเคลียเรื่องทั้งหมด แล้วจะได้กลับบ้านตอนค่ำ ให้ทางบ้านต้มไก่รอไว้เลย
“ตนจึงปรึกษาญาติพี่น้อง และหาเงินที่จะส่งไปให้ลูก เมื่อโอนเงินให้ลูกไปแล้ว ทางบ้านก็เตรียมทำอาหารรอลูกจะกลับบ้าน แต่จนแล้วจนรอดลูกก็ไม่กลับมา เมื่อโทรกลับก็ไม่รับสาย ทั้งที่เปิดเครื่องอยู่ ทำให้ตนทุกข์ใจและเป็นห่วงลูกมาก เรื่องจะดีหรือร้ายที่เกิดกับลูกตนเป็นแม่รับได้ ขอให้ลูกกลับมา เพราะแม่เป็นห่วงมาก กลัวหายไปเหมือนในข่าว ผอ.อ้อย ฝากถึงผู้ที่จับตัวลูกสาวเอาไว้ ก็ขอให้ปล่อยกลับมาบ้าน มาหาพ่อแม่ และญาติทุกคนเป็นห่วงมาก เพราะไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว” นางทองยุ่นฯ กล่าวทั้งน้ำตา
ด้าน น.ส.สิริกัญญา เพื่อนสนิท น.ส.กิ่ง เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนสนิทที่ น.ส.กิ่ง ไว้ใจที่สุด เมื่อ น.ส.กิ่ง ส่งข้อความมาให้ตนหาเงินโอนไปให้ 6,000 บาท เพื่อนำไปเคลียร์เรื่องราวให้เรียบร้อย แล้วจะได้กลับบ้าน ตนไม่มีเงินจึงไปปรึกษานางทองยุ่น และญาติ เมื่อโอนเงินให้แล้ว ได้โทรหา น.ส.กิ่ง ก็ยังสามารถติดต่อได้ และได้ยินเสียงคนจำนวนมาก คล้ายกับมีงานเลี้ยงสังสรรค์ และบอกว่ากำลังออกไปกินข้าวไม่สามารถโทรศัพท์แบบเห็นหน้าได้ แต่ได้ถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่ายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งรู้แต่เพียงว่าอยู่ที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เพราะมีการโพสข้อความบนเพสบุ๊คว่า ดีใจที่จะได้กลับบ้าน ที่มีการแชร์โลเคชั่นมา
หลังจากนั้นได้โทรไปหาเกือบ 100 ครั้งก็ไม่รับสายอีก ทั้งนี้ตนเป็นห่วงเพื่อน เพราะว่าการคุยหลัง ๆ มา เพื่อนใช้ข้อความแปลก ๆ ที่ไม่เคยคุยกันกลัวว่าจะเหมือนคดี ผอ.อ้อย ที่กำลังเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้




