ผวจ.เรียกประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพื้นที่ทุ่งแจ้ง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขยะ 20,000 ตัน โดยเร็วที่สุด
(7 กันยายน 2560)สำนักงงานเทศบาลนครตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เรียกประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพื้นที่ทุ่งแจ้ง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังจากพื้นที่กำจัดของเทศบาลนครตรัง เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ มีขยะล้นเมือง จนไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบได้ทัน
ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียง และเทศบาลนครตรัง สั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยกเลิกการนำขยะไปเททิ้ง ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เพราะจะไม่มีพื้นที่สำหรับการกำจัดขยะ จนมีการร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตรังตามมาและผู้ว่าฯแนะนำให้ทางเทศบาลนครตรังหาทางกำจัดขยะโดยเร็วที่สุด และให้ท้องถิ่นต่างๆสามารถทิ้งขยะได้ตามปกติ
โดยที่ประชุมตัวแทนของเทศบาลนครตรัง ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหา ว่าในเดือนส.ค. ที่ผ่านมามีปริมาณขยะเข้าศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย แยกเป็น ขยะภายในเทศบาลนครตรัง1,237.96ตัน และขยะจากนอกเขตเทศบาลนครตรัง1,358.80ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ลดลงจากเดือนก.ค.2560 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังได้ดำเนินการฝังกลบในห้วงเวลา7-24ส.ค.2560เพื่อลดปัญหาขยะล้นพื้นที่ อย่างไรก็ตามยังคงมีขยะตกค้างในพื้นที่ประมาณ20,000ตัน
ส่วนแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับขยะที่ล้นอยู่กว่า20,000ตันนั้น ขณะนี้ทางเทศบาลนครตรังได้แบ่งวิธีการกำจัดให้เร็วที่สุด โดยระยะแรกจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ จัดการขยะที่ล้นออกมาบริเวณทางเดิน ทางรถวิ่งก่อน จำนวน2,275ตัน ซึ่งจะใช้ รถแทรคเตอร์,รถขุดตีนตะขาบและรถบรรทุก10ล้อ ในราคา470,000บาท และระยะที่ 2 ซึ่งจะเร่งดำเนินการเช่นเดียวกันคือการจัดซื้อรถแทรคเตอร์ รถขุดตีนตะขาบและรถบรรทุกน้ำ เพื่อนำมาดำเนินการฝังกลบขยะที่เหลือต่อไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างแจ้งผู้ขายเข้าทำสัญญา และการจ้างเหมาฝังกลบขยะระยะยาว ซึ่งต้องใช้งบประมาณ9,800,000บาท ยังอยู่ในระหว่างเคาะราคาประมูล
หลังจากนั้นที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนจำนวน3แห่ง เสนอรูปแบบวิธีการบริหารจัดการขยะ ทั้งที่เป็นขยะเก่าตกค้างและขยะใหม่ ซึ่งบริษัทเอกชนจำนวน3แห่ง ได้แยกนำเสนอ เช่น การจัดหาเครื่องแยกขยะใหม่,แยกขยะเก่า เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการต่างๆ เช่น รีไซเคิล,การกำจัดด้วยวิธีเชิงกล-ชีวภาพ ซึ่งมีข้อดีที่ไม่มีกลิ่น,เหมาะกับสภาพอากาศฝนตกชุก,ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน และการกำจัดขยะด้วยวิธีผสมผสาน ซึ่งเน้นการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางแล้วนำมาฝังกลบ เป็นต้น
โดยหลังจากนี้เทศบาลนครตรัง จะดำเนินการทำประชาคมกับประชาชน ชุมชน เพื่อตัดสินใจเลือกการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมกับพื้นที่ต่อไป
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ปัญหาขยะที่ตกค้างกว่า20,000ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ทางเทศบาลนครตรังกำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหา เบื้องต้น จะฝังกลบในส่วนของกว่า 2 ตันก่อน เพราะล้นจนไม่มีทางเดิน ส่วนขยะที่ตกค้างอีกกว่า20,000 ตัน กำลังเร่งดำเนินการทั้งในส่วนของการซื้อเครื่องจักรกลมาดำเนินการเอง และจ้างเหมาฝังกลบนั้นก็อยู่ในระหว่างดำเนินการ พร้อมกับวางแผนในการแก้ปัญหาระยะยาวคือ การหาวิธีการกำจัดที่เหมาะสม และทันสมัย โดยการให้บริษัทต่างๆมานำเสนอซึ่งต้องเลือกที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งถึงเวลาที่ทางเทศบาลนครตรังและจังหวัดตรังจะต้องลงทุนหาวิธีการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองอย่างจริงจังแล้ว
ด้านนายเกรียงศักดิ์ รัตนสิมานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครตรัง รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า การร่วมหารือแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีประโยชน์มากกับท้องถิ่น ปัญหาขยะ มีมานาน ยอมรับว่ามีวิธีการบริหารจัดการขยะหลายวิธีการ แต่ยังไม่สามรถตัดสินวิธีใดได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับพื้นที่ข้างเคียง และไม่มั่นใจว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็จะนำองค์ความรู้จากที่บริษัทนำมาเสนอ ไปทำประชาคม ให้ประชาชนทราบ และร่วมตัดสินใจต่อไป




