วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักท่องเที่ยวแห่ซื้อส้มโอเตรียมไหว้สาร์ทจีน

งาน “ส้มโอขาวใหญ่หวาน อาหารขนมหวานอร่อยและของดีเมืองแม่กลอง” เริ่มแล้วมีนักท่องเที่ยวแห่ซื้อส้มโอเตรียมไหว้สาร์ทจีนจำนวนมาก ขณะที่ในงานมีการสร้างสีสันนำไอศกรีมส้มโอมาแจกฟรี

บรรยากาศการจำหน่ายส้มโอ ในงาน “ส้มโอขาวใหญ่หวาน อาหารขนมหวานอร่อยและของดีเมืองแม่กลอง” บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดวันแรกเริ่มคึกคัก มี นักท่องเที่ยวทะยอยเดินทางมาซื้อส้มโอจากชาวสวนกว่า 50 ราย ที่นำส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ประมาณ 200 ตันมาออกร้านจำหน่าย ส้มโอเกรด A น้ำหนัก 1.4 ถึง 2.0 ราคากิโลกรัมๆละ 70 บาท และเกรด B กิโลกรัมละ 50 บาท เพื่อไปเป็นของฝากของที่ระลึกให้กับมิตรสหาย

นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตผู้ประกอบการสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่กำลังพัฒนาขึ้นไปสู่โอทอป รวมทั้งสินค้าโอทอป ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วตั้งแต่ 1-5 ดาว กว่า 100 ผลิตภัณฑ์ มาจำหน่ายโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ในจำนวนนี้นายธันยพัฒน์ หิรัญวงศ์ หรือ ลุงนัย วัย 57 ปี ชาวตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เจ้าของไอศครีมมะพร้าวอ่อนสูตรโบราณ ภายใต้แบรนด์ “กะลาทิพย์” ยังได้ผลิตไอศกรีมส้มโอมาแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ชิมฟรีด้วย

นายธันยพัฒน์ กล่าวว่า สมุทรสงครามเป็นแหล่งผลิตส้มโอขาวใหญ่ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัด จึงมีแนวคิดนำส้มโอมาทำเป็นไอศกรีม โดยการนำส้มโอขาวใหญ่ที่แก่จัด มาคั้นน้ำเพื่อไปผสมกับน้ำเชื่อมที่เป็นน้ำตาลกลูโคส เพื่อช่วยในการจับตัวเนื่องจากส้มโอไม่มีไขมัน จากนั้นจึงสไลด์เนื้อส้มโอลงในส่วนผสมดังกล่าว จึงนำเข้าเครื่องปั่น ก่อนจะเก็บเข้าตู้เย็นบ่ม1คืนจนได้ไอศกรีมส้มโอขาวใหญ่ที่แสนอร่อย ซึ่งผลการตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากไอศกรีมส้มโอ ไม่มีไขมัน มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ

นางวิภา ลีตระกูลวรรณา นักธุรกิจรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งพาญาติจากจังหวัดสมุทรปราการมาซื้อส้มโอกล่าวว่า ผลไม้จังหวัดสมุทรสงครามมีรสชาติอร่อยโดยเฉพาะส้มโอซึ่งตนและญาติๆ ชอบมาซื้อส้มโอที่สมุทรสงครามเท่านั้น โดยวันนี้ตนมาซื้อส้มโอกว่า 100 ลูก เพื่อนำไปฝากญาติพี่น้อง เก็บไว้ไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลสารทจีน อย่างไรก็ตามหากเป็นช่วงตรุษจีนจะซื้อส้มโอมากกว่านี้หลายร้อยลูก

สำหรับงาน “ส้มโอขาวใหญ่หวาน อาหารขนมหวานอร่อย และของดีเมืองแม่กลอง” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1-3กันยายนนี้ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม โดยวันที่ 3 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน ภาคค่ำจะมีการประกวด “คู่หวานน้ำตาลมะพร้าว” จำนวน 50 คู่ อายุระหว่าง 50-70 ปี เป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส หรือหากไม่ได้จดทะเบียนต้องให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รับรอง สามีแต่งกายด้วยชุดโจงกระเบนไม่จำกัดแบบเสื้อ ส่วนภรรยาแต่งกายชุดไทยโจงกระเบนสะไบเฉียง การตัดสินคณะกรรมการจะพิจารณาจากบุคลิกภาพ การแต่งกาย ลีลาในการประกวด การแสดงความสามารถพิเศษและการตอบคำถาม คู่ชนะเลิศได้รับรางวัลเป็น “ไม้เท้ายอดทอง โล่กระบองยอดเพชร” พร้อมเงินสด 10,000 บาท รองอันดับ 1 เงินสด 6,000 บาท รองอันดับ 2 เงินสด 4,000 บาท และขวัญใจสื่อมวลชน เงินสด2 ,000 บาท