รอช่างกุญแจไม่ไหว พ่อตัดสินใจทุบกระจกช่วยลูกสาว 1 ขวบติดในรถ
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 30 สิงหาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุเด็กเล็กติดอยู่ภายในรถปิคอัพ อีซูซุ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ผค-1894 อุดรธานี จอดอยู่ริม ถ.หมากแข้ง หน้าบ้านห้วยการแพทย์ เลขที่ 51 ถ.อุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ปิลันธน์ ศรีสถาน รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 สายตรวจจราจร พร้อมกับประสานช่างทำกุญแจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมธรรม เพื่อให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดู หาวิธีการช่วยเหลือ จนผ่านไป 15 นาที ช่างทำกุญแจยังไม่มาถึง ประกอบกับเด็กร้องไห้ ด้วยอาการตกใจ และอากาศเริ่มร้อน เนื่องจากรถไม่ได้ติดเครื่องเปิดแอร์ไว้ โดยมี นายจอม สายจันทร์ยนต์ อายุ 35 ปี ชาว ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พ่อของเด็กที่ติดอยู่ในรถ รอด้วยอาการกระวนกระวาย ด้วยความเป็นห่วงเนื่องน้องโฟรโมสต์เด็กที่ติดอยู่ในรถอายุ แค่ 1 ขวบ 3 เดือน นายจอมฯ จึงตัดสินใจใช้ประแจเลื่อน ของพลเมืองดีให้ยืมทุบกระจกแค๊ปด้านซ้ายไป 3 ครั้ง แต่กระจกไม่แตก
จึงเปลี่ยนให้เจ้าของประแจเลื่อนทุบกระจกไปอีก 3 ครั้ง กระจกแตกละเอียด และช่วยน้องโฟร์โมสต์ ออกมาจากรถอย่างปลอดภัย ทันทีที่ออกมาจากตัวรถ ชาวบ้านที่คอยลุ้นให้การช่วยเหลือ ต่างพากับเรียกขวัญให้น้องโฟร์โมสต์ ตามประเพณีของชาวอีสาน ว่า “ขวัญเอยมาเด้อ” โดยมี นางสาวเฉลียว ชานันโท อายุ 37 ปี แม่ของน้องโฟร์โมสต์ เข้าไปรับอุ้มมาปลอบขวัญ ด้วยความดีใจและสงสารลูกสาว จนน้ำตาไหล
นายจอม สายจันทร์ยนต์ และนางสาวเฉลียว ชานันโท พ่อและแม่ของน้องโฟร์โมสต์ เล่าว่า วันนี้พาพ่อแม่มาตรวจสุขภาพตามหมอนัด ขณะรอบัตรคิว ลูกสาวร้องไห้งอแง เนื่องจากง่วงนอน นางเฉลียวฯจึงบอกให้นายจอมฯ สามี อุ้มลูกไปนอนในรถ แต่เนื่องจากลูกสาวหิวนม จึงวางลูกไว้ที่เบาะหน้าฝั่งซ้าย และลืมวางกุญแจรถแบบรีโมทไว้บนเบาะ เพื่อเดินออกไปหยิบขวดนมที่วางอยู่ในแค็ปด้านหลังที่นั่งคนขับ ทันทีที่ปิดประตู ลูกสาวได้กดกุญแจรีโมทล็อกประตู ไม่รู้จะทำยังไง มองไปในรถก็เห็นแต่ลูกร้องให้
จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ช่วยประสานช่างกุญแจมาเปิดประตูรถช่วยเหลือลูกออกมา แต่ด้วยความเป็นพ่อเห็นลูกร้องไห้อย่างน่าเวทนา จึงตัดสินใจขอยืมประแจเลื่อนทุบกระจกรถเพื่อช่วยเหลือลูกออกมา เพราะเกรงว่าลูกจะได้รับอันตรายอย่างที่เคยเห็นในข่าว และกระจกแค็ปของรถ ราคาเพียง 1,200 บาท มันเทียบกันไม่ได้เลยกับชีวิตของลูก




