รวบกู้ภัยกร่างถือปืนตบชาวบ้าน อ้างเป็นลูกน้องนักการเมือง
หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ กรณีที่มีชายขับรถกระบะ เกิดมีปากเสียงกับรถคู่กรณี จากนั้นได้ถือปืนลงมาจากรถ ก่อนที่จะใช้มือตบไปที่ใบหน้าของคู่กรณี แล้วแยกย้ายไปนั้น ซึ่งหลังจากมีการแชร์ภาพออกไปเป็นกระแสวิพากวิจารย์ไปทั่วถึงการกระทำของชายคนดังกล่าวที่ทำเกิดไปหรือไม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (29 สิงหาคม2560) นายพงษ์พร อรุณเจริญ อายุ40 ปี อยู่บ้านเลขที่60/236หมู่ที่2 ตำบลดงพระราม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี หลังจากผู้เสียหายคือ นายวัชรชัย ดอนทอง อายุ33ปี บ้านเลขที่1052 หมู่6 ตำบลเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมกับพวกรวม3 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ดำรงค์ ทองลพ ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี
ทั้งนี้ได้ นายพงษ์พร อรุณเจริญ ระบุว่า ในช่วงเช้าของวันที่28 สิงหาคม2560 นายวัชรชัย ดอนทอง ได้นั่งรถยนต์ปิคอัพ ซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ฒพ902กรุงเทพมหานคร เพื่อไปตัดสัญาณเคเบิ้ลทีวีของลูกค้าที่ไม่จ่ายค่าบริการ ในซอย ส.เทคนิค ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี โดยมีนายอุทัย รัตนแพทย์ เป็นคนขับ หลังจากตัดสัญญาณเสร็จ จึงได้เดินทางออกจากซอยดังกล่าว ระหว่างนั้นมีรถยนต์ปิคอัพมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน บท1479ปราจีนบุรี ของนายพงษ์พร อรุณเจริญ ขับเข้ามาอย่างรวดเร็วและจอดขวางหน้ารถของตนเอง พวกตนพยายามเบี่ยงรถหลบเพื่อออกจากซอย แต่นายพงษ์พรได้เลี้ยวรถขวางไว้อีก ตนและนายอุทัยคิดว่ารถได้ไปขวางเส้นทางของนายพงษ์พร จึงได้ลงจากรถเพื่อเข้าไปขอโทษ ปรากฏว่านายพงษ์พร ลงจากรถโดยมือซ้ายถืออาวุธปืนขนาด9มม. ติดตัวมาด้วย ใช้มือขวาตบที่ใบหน้าของตนเองรวม 3 ครั้ง พร้อมด่าทอพวกตน ซึ่งตนเองได้บอกว่าลงมาเพื่อจะขอโทษ ไม่ได้มีอะไร ช่วงเกิดเหตุได้มีประชาชนอยู่จำนวนมากพยายามห้ามปราม ทำให้นายพงษ์พรรีบขับออกคันก่อเหตุออกไป หลังจากที่ตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ได้มีคนนำภาพไปลงโพสต์ในเฟชบุ๊ค โดยมีคนแชร์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลในภาพ
ต่อมา ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี จึงได้ให้ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาบริเวณที่บ้านพักพบเพียงญาติ จึงได้ประสานให้เข้ามอบตัว เมื่อผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัวกับ ผกก.แล้ว จึงได้ควบคุมตัวไปทำการตรวจค้นอาวุธปืนได้ที่บ้านพัก พร้อมอาวุธปืนขนาด9มม และกระสุนปืน6 นัด แม๊กกาซีน2 อัน
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ก่อเหตุไปนั้น เนื่อง จากเกิดอารมณ์ชั่ววูบ และยอมรับผิดว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและมีสัญญาณไฟฉุกเฉินโดยมิได้รับอนุญาตรวม 4 ข้อหา
ในส่วนของมูลนิธิ นายกิตติเดช เตชะชนะชัย ผู้จัดการมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ได้ทราบข่าวและดูภาพจากคลิปดังกล่าว ได้มีคำสั่งให้ทำการปลดออกจากการเป็นกู้ภัยในทันที เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎของมูลนิธิ นายพงษ์พร อรุณเจริญ ผู้ต้องหา กล่าวขอโทษผู้เสียหาย และมูลนิธิฯกู้ภัย ตนเองรู้สึกสำนึกผิดที่ทำไม่ดีลงไป




