ตม.สระแก้ว สอบหนุ่มรักร่วมเพศชาวอินเดีย และเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าไทย อ้างมีสามีเป็นชาวอเมริกันอยู่ในกัมพูชา วอนอย่าส่งกลับอินเดีย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ส.ค. 60 พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้นำกำลัง จนท.ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว มาสนธิกำลังร่วมกับ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1201 และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.(สส)สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ร่วมกันออกทำการลาดตะเวณและตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในห้วงวันหยุดยาว 3 วัน
และขณะ จนท.ชุดปฏิบัติการร่วมลาดตะเวณตามถนนสุวรรณศร มาถึงข้าง สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว เส้นทางมุ่งหน้าเข้าตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนท.ได้ตรวจพบชายชาวต่างชาติต้องสงสัยสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าแตะ ไว้หนวดเครารุงรัง เดินสะพายกระเป๋าอยู่ข้างถนนมุ่งหน้าจะเข้าตลาดโรงเกลือ เมื่อเห็นรถจยย.ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้แสดงพิรุธพยายามยืนแอบบังเสาไฟฟ้าเพื่อไม่ให้ จนท.เห็น แต่จนท.ได้สังเกตเห็นก่อนหน้าแล้ว
จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นชาวอินเดีย ชื่อนายจันดรา สุบาจิด (CHANDRA SUBHAJIT) อายุ 33ปี สัญชาติอินเดีย ถือหนังสือเดินทางประเทศอินเดีย เลขที่ K 9478437 แต่ไม่ได้มีการประทับตราเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด และจากการตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพายพบบัตรเป็นคณะกรรมการเก็บภาษีประเทศอินเดีย ของนายจันดรา สุบาจิด และบัตรUNHCR ประเทศไทย จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว
และจากการสอบสวนเบื้องต้นนายจันดรา สุบาจิด รับสารภาพว่าได้เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศกัมพูชา และได้สามีเป็นชายชาวอเมริกัน จากนั้นเดินทางไปประเทศลาวแล้วลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ทางด้านชายแดนประเทศลาว เพื่อมาทำงานในประเทศไทย และกำลังจะลักลอบเดินทางออกไปประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณตลาดโรงเกลือฯ เพื่อกลับไปหาสามีที่เป็นชายชาวอเมริกัน ในประเทศกัมพูชา
โดยยอมรับว่าเป็นเองเป็นพวกรักร่วมเพศ ทั้งนี้จากการสอบสวนนายจันดรา สุบาจิด พยายามพูดอ้อนวอน จนท.ไม่ให้ส่งกลับประเทศอินเดีย โดยอ้างว่าอดีตเคยทำงานเป็น จนท.เก็บภาษีที่ประเทศอินเดีย แต่ถูกจับได้ว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งในประเทศอินเดียถือว่ากระทำผิดศิลธรรมและผิดหลักศาสนา จึงได้หลบหนีออกจากประเทศอินเดียแล้วลักลอบมาทำงานในประเทศไทย และถูกทางการไทยจับกุมเนรเทศออกนอกประเทศ ห้ามกลับเข้าประเทศไทยอีก ซึ่งคำให้การดังกล่าวของนายจันดรา สุบาจิด ทำให้ จนท.เกิดความสงสัยจึงได้ประสานไปยังสถานทูตอินเดีย ประจำประเทศไทยให้ช่วยตรวจสอบประวัติของนายจันดรา สุบาจิด ว่ามีการกระทำความผิดใดๆในประเทศอินเดียหรือไม่
และจากการตรวจสอบประวัติในประเทศไทย พบว่านายจันดรา สุบาจิด ได้ถูกประเทศไทยปฏิเสธการเข้าเมือง เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2559 ฐานไม่มีปัจจัยการดำรงชีพในไทยและลักลอบทำงาน จากนั้น จนท.จึงได้ควบตัวนายจันดรา สุบาจิด ส่งให้ สว.(สอบสวน)สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดำเนินคดี ข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย





