ภาพวงจรปิดหลักฐานสำคัญ จับ"แก๊งมีสี" อุ้มรีดนักธุรกิจ-พบผู้เสียหายกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว-นักธุรกิจชาวจีน
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับแก๊งมีสีอุ้มนักธุรกิจเรียกเงินค่าไถ่ จำนวน 20 ล้านบาท รายงานข่าวแจ้งว่า หลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การขอศาลออกหมายจับขบวนการดังกล่าว คือภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุที่จับภาพของกลุ่มคนร้ายได้ชัดเจน โดยจับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งชุดลายพรางทหาร 4 คน และแต่งนอกเครื่องแบบอีก 5 คนรวม 9 คน บุกเข้าไปเข้าพบนายสุรชัย แซ่ย่างในห้องทำงาน ก่อนที่จะพานายสุรชัยออกไปจากบริษัท
มีรายงานว่า ภายหลังจับกุมพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ชุดทำงานตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด เพื่อหาความเชื่อมโยง ในส่วนของการตรวจสอบประวัติของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่ายังไม่เคยมีประวัติการก่อเหตุอาชญากรรม แต่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง สำหรับพฤติกรรมของขบวนการนี้จะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดยแผนประทุษกรรมส่วนใหญ่จะเน้นไปเหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน หรือนักธุรกิจเกี่ยวกับท่องเที่ยวชาวไทยสัญชาติจีนที่มาลงทุนในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับธุรกิจบริษัททัวร์ นำเที่ยว ออกอุบายเข้าตรวจสอบบริษัทว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ อีกทั้งทำทีการตรวจสอบบัตรประชาชน ว่ามีการได้มาซึ่งเอกสารทะเบียนราษฏร์ถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้กว่า 10 ราย และมีการร้องทุกข์ขณะนี้เพิ่ม 4 ราย หนึ่งในนั้นมีนักธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ถูกหลอกเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท
มีรายงานว่าตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเพิ่มกับ นายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการในฐานความผิดกรรโชกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสาร หลังมีผู้เสียหายชาวจีน 2 ราย เดินทางมาชี้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อของนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหา โดยคดีแรกเป็นคดีฉ้อโกงในพื้นที่ สน.วังทองหลาง ผู้เสียหายถูกนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สัญชาติไทยกับผู้เสียหายได้โดยสูญเงินกว่า 750,000 บาท เมื่อปี 2559 ส่วนอีกคดีเป็นคดีที่คนร้ายอ้างว่าจะช่วยเหลือเรื่องคดีความที่สามีชาวจีนถูกจับกุมฐานใช้เอกสารปลอมโดยคิดมูลค่าวิ่งเต้นคดีเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท ในพื้นที่สน.ห้วยขวาง เมื่อปี2558
อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่านายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญ เนื่องจากว่าทำหน้าที่ในการหาเหยื่อ ทำหน้าที่เป็นล่าม เพื่อเรียกมาพูดคุยกล่อมเหยื่อให้โอนเงิน ส่วนสารวัตรบช.ก.คนดังกล่าว และผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าไปตรวจสอบ และร่วมกันรีดทรัพย์เหยื่อ





