"พล.ต.อ.ศรีวราห์" บินด่วนไปเมืองสามหมอก ฉุนขาดถามสินค้าเปลือกไม้ก่อจากพม่า ทั้งที่รู้ว่าผิดปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าของการทำงานของพนักงานสอบสวนคดีนกฮูก โดยมีนาย วันชัย รุจนวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ เป็นประธานโดยมี พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดร.รังสิต โลไทยสงค์ รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน,พ.ต.อ.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน หน.สภ.ในสังกัด คณะกรรมการสอบสวน ภ.5 และ คณะกรรมการสอบสวน ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ร่วมประชุม โดยมีการประชุมที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังจากได้รับข้อมูลทางลับว่ามีการข่มขู่พยาน และสร้างเรื่องหวังนำพยานออกจากกระบวนการไต่สวน
โดยก่อนหน้าเข้าห้องประชุม หลังรับการเคารพจากแถวกองเกียรติยศ และตรวจแถวของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รอง ผบ.ตร.ได้เดินไปพบกับแถวของข้าราชพลเรือนชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย นายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายมานพ สายอุ่นใจ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ,พ.อ.สมเจตน์ตะณ์ ภักดีบรรณดิษฐ์ กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน, อัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายด่านศุลกากรจังหวัด โดยรอง ผบ.ตร.ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการนำเข้าเปลือกไม้ก่อจากพม่า ซึ่งได้สอบถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่าการนำเข้าสินค้าดังกล่าวไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย ทำไมถึงปล่อยให้เข้ามาจนเกิดปัญหาแบบนี้ และยังถามฝ่ายทหารว่ามีหน้าที่ป้องกันชายแดนทำไมไม่ตรวจสอบตามระเบียบอีกด้วย และกล่าวต่อไปว่าใครทำผิดกฎหมายต้องจับกุมทั้งหมด ทั้งนี้ได้กำชับว่า สินค้าที่นำเข้าจากพม่าโดยอาศัยมาตรา 5 ทวีตาม พรบ.ศุลกากร จะไปทับที่ของอุทยานแห่งชาติไม่ได้จากนั้นได้กล่าวต่อไปว่า ด่านศุลกากรจะรับเสียภาษีจากนักธุรกิจได้หรือไม่ และผวจ.สามารถประกาศเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าหรือยัง จากนั้นได้แจ้งแก่ ปลัดจังหวัดให้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมชี้แจง ที่ห้องประชุมเล็กของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะประชุมต่อหลังจากประชุมเรื่องคดีนกฮูกเสร็จสิ้น
หลังจากที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบ.ตร. ได้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ ไม่นาน ได้เดินทางไปเป็นประธานในการประชุม เรื่องการลักลอบนำเข้าเปลือกไม้ก่อ จากพม่า โดยในที่ประชุม ได้สั่งให้ดำเนินคดีกับหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเปลือกไม้ก่อ ไม่ว่าจะเป็น ด่านศุลกากร หรือจังหวัด โดยระบุชัดเจนว่า การนำเข้าสินค้าดังกล่าว ไม่ได้นำเข้าในช่องทางที่มีการประกาศของจังหวัดและกระทรวงมหาดไทย โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงและให้เอาผิดกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าเปลือกไม้ก่อจากพม่าทั้งหมด หากพบว่ากระทำผิดจริง และกรณีใบไซโต หรือหนังสือรับรองสินค้าของพม่า ที่กลุ่มผู้ประกอบการนำมาแสดงต่อด่านศุลกากรนั้น ได้มีการสั่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการถามไปยังรัฐบาลพม่า ว่า เป็นเอกสารที่ออกโดยรัฐบาลพม่าจริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารเท็จก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม จากกรณีการลักลอบนำเข้าเปลือกไม้ก่อ ได้พ่นพิษและส่งผลกระทบต่อ การนำเข้าและส่งออกสินค้าช่องทางบ้านดอยแสงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ช่องทางดังกล่าว ทางพาณิชย์จังหวัดได้อ้างในที่ประชุมของศูนย์สั่งการชายแดนเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า มีการนำเข้าและส่งออกสินค้ามากที่สุดกว่าช่องทางอื่น ๆ รวมไปถึงโคและกระบือ ที่นำเข้าช่องทางดังกล่าวมานานหลายปีอีกด้วย ล่าสุดทางอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จะนำป้ายห้ามผ่านเข้า-ออก อุทยานไปติดประกาศไว้ บริเวณช่องทางบ้านดอยแสง และ บริเวณทางขึ้นหมู่บ้านดอยแสง ซึ่งจะส่งผลให้การค้าทั้งหมด หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.พล.ต.อ.สีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจสอบสินค้านำเข้า คือเปลือกไม้ก่อ ที่ด่านศุลกากรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะเดินทางไปตรวจสอบของกลางนั้น ได้มีนายเกรียงศักดิ์ พรภินันท์ประภา หรือชื่อนามสกุลเดิม คือนายกระจ่าง สมชายชาตรี อดีต สจ.ผู้คร่ำหวอดในวงการค้าเปลือกไม้ก่อของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางเข้าพบและขอความเห็นใจ อ้างได้ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ปล่อยสินค้าออกไปโดยเร็ว ซึ่งทาง รอง ผบ.ตร.ได้ตอบว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จับกุม หากผิดข้อกฎหมายใด ก็ต้องดำเนินคดี ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ต่อมาทางรอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กองบังคับการปราบปรามการลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( บก.ปทส.) และหน่วยป่าไม้รวมถึงตำรวจในพื้นที่ ให้ทำการอายัดสินค้าทั้งหมด ในรถบรรทุก 3 คัน และพ่วงบรรทุกอีก 1 คัน โดยมีอยู่คันหนึ่ง หมายเลขทะเบียน 80-2148 แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ และมีรายงานว่าเป็นรถที่เข้าไปขนสินค้า บริเวณช่องทางบ้านดอยแสง ติดป้าย พรภินันท์ประภา ซึ่งเป็นนามสกุลของนายเกรียงศักดิ์ พรภินันท์ประภา ที่อ้างเป็นผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า ได้สั่งการให้ทำการยึดรถและสินค้าในรถไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยงานของป่าไม้ และให้ทำการค้นหาสิ่งเสพติดในรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด เนื่องจากได้รับงานงานมาว่าอาจจะมีการซุกซ่อนสิ่งเสพติดผิดกฎหมายมากับรถคันดังกล่าว
สำหรับคดีเรื่องการอายัดเปลือกไม้ก่อที่นำเข้าจากพม่า พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างนิ่งเงียบและหาทางออก ในเรื่องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัดในหน่วยงาน ป่าไม้คนหนึ่งพยายามโทรไปลอบบี้ชุดจับกุมว่าขอให้ยุติการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างรุนแรง แต่ชุดจับกุมไม่ยินยอมแต่อย่างใด
ขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องการนำเข้าเปลือกไม้ก่อจากพม่าว่าถูกต้องตาม พรบ.ศุลกากร และยืนยันว่าสินค้าเปลือกไม้ก่อเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมาย ของกรมป่าไม้ ซึ่งขัดแย้งกับ พระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ.2530 มาตรา 4 พรบ.ป่าไม้ ในมาตรา 27,28 ปี พ.ศ.2484 ที่ระบุว่าไม้ก่อเป็นไม้หวงห้าม




